คำถามว่า “ทำไมโปรตุเกสดูเล่นลื่นขึ้นเมื่อไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้?” เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังทีมของ จอร์จ เชซุส เดินหน้าชนะต่อเนื่องในยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก แม้ดาวยิงวัย 41 ปีไม่ได้ลงสนามในสามเกมล่าสุด
แต่หากมองจากฟุตบอลในสนาม คำตอบอาจไม่ง่ายถึงขั้นว่าเอาโรนัลโด้ออกแล้วโปรตุเกสจะดีขึ้นทันที สิ่งที่เห็นชัดกว่าคือ เมื่อเปลี่ยนไปใช้ กอนซาโล่ รามอส เป็นกองหน้าตัวหลัก รูปแบบการเคลื่อนที่ของแนวรุกเปลี่ยนตาม และนักเตะรอบข้างมีวิธีเข้าโจมตีที่หลากหลายขึ้น
รามอสไม่ได้เปลี่ยนแค่คนยิง แต่เปลี่ยนวิธีเล่นของกองหน้า
ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่สิ่งที่รามอสทำก่อนบอลจะไปถึงพื้นที่สุดท้าย เขาสามารถถอยลงมาเชื่อมเกม ขยับออกจากตำแหน่งกองหน้าตรงกลาง และวิ่งดึงเซ็นเตอร์ออกจากพื้นที่เดิมได้
เมื่อกองหน้าหมายเลข 9 ไม่ได้ยืนเป็นจุดปลายทางตลอดเวลา พื้นที่ข้างหลังแนวรับและช่องระหว่างไลน์จึงสามารถถูกใช้โดยนักเตะคนอื่น บรูโน่ แฟร์นันด์ส สามารถขยับขึ้นใกล้กรอบเขตโทษ ขณะที่มิดฟิลด์และฟูลแบ็กมีจังหวะเติมเข้าไปเป็นตัวเลือกเพิ่ม
ผลลัพธ์คือโปรตุเกสไม่ได้ต้องสร้างเกมเพื่อส่งบอลไปจบที่นักเตะเพียงคนเดียว แต่สามารถเปลี่ยนคนที่เข้าโจมตีพื้นที่สุดท้ายไปตามจังหวะของเกม
เกมกับเดนมาร์กแสดงภาพของเกมรุกที่กระจายออกไป
ชัยชนะเหนือเดนมาร์ก 4-2 เป็นตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัด เพราะผู้ทำประตูทั้งสี่ลูกของโปรตุเกสไม่ซ้ำกัน ทั้ง ชูเอา กานเซโล่, กอนซาโล่ รามอส, วิตินญ่า และชูเอา เฟลิกซ์
นั่นไม่ได้หมายความว่าการมีผู้ทำประตูหลายคนพิสูจน์ว่าระบบใหม่ดีกว่าเดิมโดยอัตโนมัติ แต่สะท้อนว่าหน้าที่ในการพาบอลเข้าสู่พื้นที่สุดท้ายและจบสกอร์ถูกกระจายออกไปมากขึ้น
เมื่อกองหน้าสามารถเคลื่อนออกจากแนวเซ็นเตอร์ นักเตะด้านหลังจึงมีช่องให้สอดเข้าไป ส่วนฟูลแบ็กก็มีพื้นที่เติมสูงเพื่อช่วยสร้างความกว้าง เกมรุกจึงเกิดจากการเคลื่อนที่หลายจุดมากกว่าการรอจังหวะสุดท้ายของคนใดคนหนึ่ง
บรูโน่และกองกลางได้ประโยชน์จากพื้นที่ที่เปิดขึ้น
บรูโน่ แฟร์นันด์ส เป็นหนึ่งในคนที่สามารถได้ประโยชน์จากโครงสร้างแบบนี้ เพราะเมื่อรามอสถอยลงหรือดึงตัวประกบออกจากพื้นที่ บรูโน่ไม่จำเป็นต้องยืนเป็นคนป้อนบอลให้กองหน้าจากตำแหน่งเดิมทุกครั้ง แต่สามารถวิ่งเข้าไปใช้พื้นที่ระหว่างกองกลางกับแนวรับคู่แข่งได้เอง
วิตินญ่าและผู้เล่นแดนกลางคนอื่นก็สามารถมีส่วนกับเกมรุกในลักษณะเดียวกัน การสอดขึ้นจากแถวสองหรือการหมุนตำแหน่งจึงกลายเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แทนที่จะปล่อยให้หน้าที่สร้างและจบเกมแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
ในภาพรวม นี่ทำให้การขึ้นเกมของโปรตุเกสดูมีการเชื่อมต่อระหว่างกองหน้า กองกลาง และฟูลแบ็กมากขึ้น เพราะคนที่รับบอลไม่จำเป็นต้องมองหาจุดจบแบบเดียวในทุกครั้งที่ทีมบุก
เกมล่าสุดกับนอร์เวย์ย้ำว่ารามอสมีผลมากกว่าการเชื่อมเกม
เกมชนะนอร์เวย์ 2-1 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง โปรตุเกสถูกนำก่อนจากประตูของ คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ ก่อน ชูเอา กานเซโล่ จะตีเสมอในอีกสองนาทีถัดมา
จากนั้นในนาที 79 ชูเอา เฟลิกซ์ เป็นคนสร้างจังหวะให้รามอสทำประตูชัย ซึ่งแสดงให้เห็นอีกครั้งว่ากองหน้าของโปรตุเกสยังคงทำหน้าที่จบสกอร์ เพียงแต่ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่กับบทบาทนั้นอย่างเดียว
โปรตุเกสจึงเก็บชัยชนะเป็นเกมที่สี่ติดต่อกันในรอบแบ่งกลุ่ม พร้อมคว้าสิทธิ์เข้าสู่รอบ 8 ทีม แต่ชัยชนะ 2-1 ก็เป็นอีกเหตุผลที่ไม่ควรขยายข้อสรุปเกินไป เพราะทีมไม่ได้ครองเกมอย่างสมบูรณ์แบบหรือชนะขาดทุกนัดเมื่อไม่มีโรนัลโด้
จึงยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า “ไม่มีโรนัลโด้แล้วดีกว่า”
สามเกมเป็นตัวอย่างที่น่าสนใจ แต่ยังเป็น Sample ขนาดเล็ก การชนะต่อเนื่องบอกได้ว่าโปรตุเกสสามารถทำผลงานได้โดยไม่มีโรนัลโด้ แต่ยังไม่เพียงพอจะพิสูจน์ว่า “สาเหตุ” ที่ทีมเล่นดีขึ้นเกิดจากการไม่มีเขา
คุณภาพของคู่แข่ง สถานการณ์ในแต่ละเกม ตัวผู้เล่นที่ใช้ และรายละเอียดเชิงแท็กติกอื่นล้วนมีผลต่อภาพที่เกิดขึ้น การเอาผลการแข่งขันมาเทียบตรง ๆ แล้วตัดสินว่ากองหน้าคนใดทำให้ทีมดีกว่าจึงง่ายเกินไปสำหรับคำถามนี้
สิ่งที่พูดได้จากภาพในสนามอย่างระมัดระวังคือ โปรตุเกสพบวิธีเล่นอีกแบบหนึ่งที่ใช้งานได้ เมื่อมีกองหน้าซึ่งเคลื่อนออกจากตำแหน่ง เชื่อมเกม และช่วยเปิดพื้นที่ให้คนรอบตัว
คำถามจริงอาจไม่ใช่ “โรนัลโด้หรือรามอส”
ด้วยเหตุนี้ ประเด็นที่น่าสนใจกว่าว่าใครควรถูกเลือกเป็นตัวจริง อาจเป็นคำถามว่า จอร์จ เชซุส จะรักษาคุณสมบัติของเกมรุกชุดนี้ไว้ได้อย่างไร หากโรนัลโด้กลับมาอยู่ในทีมอีกครั้ง
โรนัลโด้ยังมีคุณสมบัติด้านการหาพื้นที่และการจบสกอร์ที่แตกต่างจากรามอส ขณะที่สิ่งที่โปรตุเกสกำลังเห็นจากระบบปัจจุบันคือประโยชน์ของการกระจายพื้นที่และความรับผิดชอบในการโจมตีไปยังนักเตะหลายคน
ดังนั้น บททดสอบทางแท็กติกจริงไม่จำเป็นต้องเป็นการเลือกระหว่าง “มี” หรือ “ไม่มี” โรนัลโด้ แต่อาจเป็นการหาวิธีใช้เขาโดยไม่ทำให้การเคลื่อนที่ของรามอส บรูโน่ กองกลาง และฟูลแบ็กที่กำลังทำงานร่วมกันต้องหายไป
หลังสี่เกมแรก โปรตุเกสแสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีมากกว่าหนึ่งวิธีในการชนะ ส่วนคำตอบว่าแบบไหนดีที่สุด ยังต้องใช้เกมอีกมากกว่านี้ในการตัดสิน
แฮชแท็ก: #BaanFootball #บ้านฟุตบอล #โปรตุเกส #Portugal #CristianoRonaldo #GoncaloRamos #วิเคราะห์ฟุตบอล #NationsLeague