เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตกองหลังลิเวอร์พูลและนักวิเคราะห์ของ Sky Sports ออกมาเรียกร้องให้ต้นสังกัดเก่าถอด โฟลเรียน เวียร์ตซ์ ออกจากทีมตัวจริง หลังมองว่าแนวรุกชาวเยอรมันยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างได้ตามความคาดหวัง โดยเฉพาะหลังเกมที่หงส์แดงเปิดบ้านแพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2569
คาร์ราเกอร์มองว่าการเซ็นสัญญากับเวียร์ตซ์ยังไม่ให้ผลลัพธ์ตามที่สโมสรต้องการ แม้นักเตะได้รับโอกาสลงสนามมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมตั้งคำถามถึงผลงานในเกมสำคัญ และสนับสนุนให้ ไรอัน กราเฟนแบร์ก ได้รับบทบาทในทีมตัวจริงอย่างเหมาะสม
คาร์ราเกอร์มองว่าเวียร์ตซ์ได้รับโอกาสมากพอแล้ว
ระหว่างการแสดงความคิดเห็นกับ Sky Sports คาร์ราเกอร์ระบุว่าการเซ็นสัญญากับเวียร์ตซ์ยังไม่ประสบความสำเร็จตามที่หวัง พร้อมชี้ว่ากราเฟนแบร์กไม่ควรต้องนั่งสำรองเพื่อเปิดทางให้นักเตะชาวเยอรมัน
อดีตแนวรับหงส์แดงยังตั้งคำถามว่า มีเกมไหนบ้างที่เวียร์ตซ์สร้างผลงานโดดเด่นจนมีส่วนสำคัญต่อการพาลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะ เพราะเมื่อสโมสรดึงนักเตะเข้ามาด้วยความคาดหวังว่าจะเป็นกำลังหลักในการสร้างสรรค์เกมรุก ผลงานในสนามก็ควรสะท้อนบทบาทดังกล่าวให้เห็นอย่างชัดเจน
คาร์ราเกอร์เปรียบเทียบความคาดหวังที่มีต่อเวียร์ตซ์กับ เควิน เดอ บรอยน์ ในช่วงที่เป็นกำลังสำคัญของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยต้องการเห็นนักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่างและช่วยให้ทีมเก็บชัยชนะได้ในเกมที่ต้องการคุณภาพเฉพาะตัว
เขายังกล่าวถึงการได้รับโอกาสลงสนามราว 55-60 นัด พร้อมยืนยันจุดยืนว่าเวียร์ตซ์ควรถูกถอดออกจากทีมตัวจริง อย่างไรก็ตาม จำนวนดังกล่าวเป็นตัวเลขประมาณการจากคำพูดของคาร์ราเกอร์ ไม่ใช่สถิติที่ได้รับการตรวจนับแยกต่างหาก
แพ้แมนฯ ซิตี้ 0-3 กับปัญหาสร้างโอกาสทำประตู
เกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์เริ่มต้นด้วยการแข่งขันค่อนข้างสูสี ก่อนที่สถานการณ์จะเปลี่ยนไปในนาที 62 เมื่อกราเฟนแบร์กได้รับใบเหลืองที่สองและถูกไล่ออกจากสนาม หลังพยายามหยุดจังหวะสวนกลับของ เฌเรมี่ โดกู
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ใช้ความได้เปรียบเรื่องจำนวนผู้เล่นทำประตูจาก เออร์ลิง ฮาลันด์ นาที 65, โดกู นาที 68 และรายาน แชร์กี นาที 78 ขณะที่เวียร์ตซ์ซึ่งออกสตาร์ตเป็นตัวจริงถูกเปลี่ยนออกในนาที 66 ตามรายงานการแข่งขันจากเว็บไซต์ทางการของลิเวอร์พูล
แม้คาร์ราเกอร์จะมองว่าลิเวอร์พูลมีช่วงเวลาที่เล่นได้ดี แต่เขายังวิจารณ์ว่าทีมสร้างโอกาสเข้าทำได้น้อยเกินไป ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญสำหรับทีมที่ต้องการให้ผู้เล่นแนวรุกอย่างเวียร์ตซ์เข้ามายกระดับการสร้างสรรค์เกม
กราเฟนแบร์กควรได้เล่น แต่เวียร์ตซ์ต้องเป็นสำรองหรือไม่?
ประเด็นที่คาร์ราเกอร์ยกขึ้นมาไม่ได้มีเพียงฟอร์มของเวียร์ตซ์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการจัดสมดุลของแดนกลางลิเวอร์พูล โดยเขามองว่ากราเฟนแบร์กมีคุณสมบัติที่ทีมต้องการ ทั้งความสามารถในการเคลื่อนที่และประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก
อย่างไรก็ตาม กราเฟนแบร์กลงเป็นตัวจริงในเกมที่แพ้แมนเชสเตอร์ ซิตี้อยู่แล้ว ดังนั้นคำวิจารณ์ของคาร์ราเกอร์จึงควรเข้าใจว่าเป็นข้อเสนอเกี่ยวกับการเลือกทีมในภาพรวม มากกว่าการกล่าวว่ากราเฟนแบร์กถูกดร็อปเป็นตัวสำรองในเกมดังกล่าว
อีกด้านหนึ่ง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ อดีตกองหน้าลิเวอร์พูล ได้ร่วมถกเถียงกับคาร์ราเกอร์ผ่าน Sky Sports ถึงผลงานของเวียร์ตซ์ โดยมีประเด็นว่าการเล่นในตำแหน่งที่ไม่คุ้นเคยอาจส่งผลต่อจำนวนประตูและแอสซิสต์ของนักเตะ ซึ่งเป็นอีกมุมที่ต้องนำมาพิจารณาก่อนตัดสินจากผลงานรายบุคคลเพียงอย่างเดียว
สำหรับลิเวอร์พูล คำถามจากนี้ไม่ใช่แค่ว่าเวียร์ตซ์ควรได้ลงตัวจริงหรือไม่ แต่ยังรวมถึงวิธีจัดแดนกลางและเกมรุกให้ผู้เล่นแต่ละคนแสดงศักยภาพได้เต็มที่ โดยข้อเสนอให้ถอดเวียร์ตซ์ออกจากตัวจริงยังคงเป็นความคิดเห็นของคาร์ราเกอร์ ไม่ใช่การตัดสินใจที่สโมสรประกาศอย่างเป็นทางการ
แหล่งข่าว: Sky Sports และ Liverpool FC
แฮชแท็ก: #BaanFootball #บ้านฟุตบอล #ลิเวอร์พูล #Liverpool #โฟลเรียนเวียร์ตซ์ #เจมี่คาร์ราเกอร์ #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล