เอ็นโซ เฟร์นานเดซ กองกลางทีมชาติอาร์เจนตินาวัย 25 ปี ตัดสินใจโพสต์จดหมายเปิดผนึกผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว เพื่อกล่าวคำอำลาและขอบคุณสโมสร เชลซี สตาฟฟ์โค้ช เพื่อนร่วมทีม รวมถึงแฟนบอล "สิงห์บลูส์" ทุกคนอย่างเป็นทางการ หลังสิ้นสุดช่วงเวลาค้าแข้งในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางรายงานข่าวหนาหูว่าเจ้าตัวได้บรรลุข้อตกลงย้ายไปร่วมทัพ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์

 

แถลงการณ์ความรู้สึกของมิดฟิลด์แชมป์โลกเกิดขึ้นหลังมีรายงานว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยอมทุ่มงบประมาณก้อนโตถึง 125 ล้านปอนด์ เพื่อดึงตัวเขาไปเสริมความแข็งแกร่งในแดนกลาง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในดีลที่ใหญ่ที่สุดของพรีเมียร์ลีกในวันเดดไลน์ โดย เอ็นโซ ได้ใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียเขียนบันทึกความทรงจำและความผูกพันที่เขามีต่อสโมสรแห่งกรุงลอนดอนตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินทางมาถึง

 

"ถึง เชลซี ที่ผมรัก" สรุปสารสำคัญในจดหมายเปิดผนึกของ เอ็นโซ

ในเนื้อความของจดหมาย เอ็นโซ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ได้ง่ายดายเลย และการจรดปากกาเขียนข้อความอำลาฉบับนี้ก็เป็นเรื่องที่สะเทือนอารมณ์อย่างยิ่ง โดยเขาระบุว่านับตั้งแต่วันแรกเมื่อ 3 ปีก่อน ทั้งสนามซ้อมค็อบแฮมและสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้กลายสภาพเป็นบ้านที่อบอุ่นของตัวเขาและครอบครัวไปแล้วอย่างแท้จริง

 

"เชื่อในสิ่งที่ผมพูดเถอะ ตั้งแต่ช่วงเวลาที่ผมมาถึง ผมหมกมุ่นอยู่กับชัยชนะและการนำถ้วยรางวัลทุกใบที่สโมสรแห่งนี้สมควรได้รับกลับมา พวกเราเคยเจ็บปวด เสียใจ และผมเคยรู้สึกโกรธอยู่หลายครั้ง แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ได้ร่วมเฉลิมฉลองแชมป์และชัยชนะที่ยากจะลืมเลือนไปด้วยกัน ผ่านพ้นทั้งวันเวลาที่ดีและยากลำบากมาเคียงข้างกัน" ข้อความบางช่วงที่สะท้อนถึงแพชชั่นของแข้งอาร์เจนไตน์

 

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังได้ส่งต่อคำขอบคุณอย่างสุดซึ้งไปยังทีมงานเบื้องหลังทุกคน ไม่ว่าจะเป็นทีมสตาฟฟ์โค้ช คณะแพทย์ นักกายภาพบำบัด และบุคลากรที่ค็อบแฮม พร้อมทั้งอวยพรเพื่อนร่วมทีมทุกคนให้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยเชื่อมั่นว่าขุมกำลังชุดปัจจุบันของเชลซีมีศักยภาพเพียงพอที่จะสร้างความสุขให้แก่แฟนบอลได้อย่างแน่นอน ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยคำมั่นสัญญาว่า "เชลซี จะอยู่ในห้วงความคิดและหัวใจของผมเสมอ... Blue ตลอดไป"

 

ปิดฉาก 3 ปีในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ กับการเดินทางครั้งใหม่

ตลอดระยะเวลา 3 ปีภายใต้เครื่องแบบสิงห์บลูส์ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเกมแดนกลาง แม้ทีมจะต้องเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทั้งในแง่ของฝ่ายบริหาร โครงสร้างทีม และการผลัดเปลี่ยนผู้จัดการทีมหลายราย แต่เขาก็ยังคงรักษาบทบาทผู้นำและหัวใจในการคุมจังหวะการเล่นของทีมมาโดยตลอด

 

ทว่าด้วยวิถีทางของโลกฟุตบอลอาชีพ การตัดสินใจครั้งใหญ่ก็มาถึง เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรยักษ์ใหญ่ร่วมลีกได้เดินหน้าเจรจาอย่างจริงจัง จนกระทั่งมีรายงานบรรลุข้อตกลงด้วยมูลค่าค่าตัวระดับ 125 ล้านปอนด์ในวันปิดตลาดซื้อขาย ทำให้ดาวเตะวัย 25 ปี เตรียมเริ่มต้นบททดสอบบทใหม่ในอาชีพค้าแข้ง

 

ก้าวต่อไปสู่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

การย้ายสังกัดในครั้งนี้ทำให้ทัพ "เรือใบสีฟ้า" ได้ตัวคุมจังหวะระดับเวิลด์คลาสเข้ามาเสริมมิติในแดนกลางตามแผนงานระยะยาว ขณะที่ เชลซี จะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการจัดระเบียบโครงสร้างกองกลางใหม่โดยไม่มีชื่อของ เอ็นโซ อีกต่อไป ซึ่งแฟนบอลทั่วโลกกำลังจับตามองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ รวมถึงบทบาทแท็กติกที่เขาจะได้รับในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม ต่อไปในเร็ววันนี้

 

แฮชแท็ก: #BaanFootball #บ้านฟุตบอล #เอ็นโซเฟร์นานเดซ #EnzoFernandez #เชลซี #Chelsea #แมนเชสเตอร์ซิตี้ #ManCity #พรีเมียร์ลีก #PremierLeague #ตลาดซื้อขายนักเตะ