แม้ว่าทัพ "ปืนใหญ่" อาร์เซน่อล จะเดินหน้าคว้าชัยชนะ 4 นัดติดต่อกันในศึกพรีเมียร์ลีก พร้อมเก็บ 12 คะแนนเต็มรั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไป หลังบุกไปปราบ ซันเดอร์แลนด์ ได้ถึงถิ่น สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ 2-0 ทว่าบรรยากาศหลังจบเกมกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด เมื่อ มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม ออกมาวิจารณ์การทำหน้าที่ของผู้ตัดสินและทีมงาน VAR อย่างดุเดือด
ประเด็นความไม่พอใจดังกล่าวเกิดขึ้นจากการที่ผู้ตัดสิน จอห์น บรูคส์ เป่ามอบจุดโทษให้เจ้าถิ่นในครึ่งหลัง จากจังหวะปะทะกันระหว่าง เอซรี่ คอนซ่า และ แดน บัลลาร์ด ซึ่งแม้ ดาบิด รายา จะสวมบทฮีโร่พุ่งเซฟลูกยิงของ เอ็นโซ เลอ เฟ ช่วยชีวิตทีมเอาไว้ได้ แต่อารมณ์ของกุนซือชาวสเปนกลับไม่ได้ลดทอนลงไปตามผลการแข่งขันที่ออกมา
"ดู 20 รอบก็ไม่เข้าใจ" อาร์เตต้าชี้การตัดสินระดับนี้รับไม่ได้
ในการแถลงข่าวหลังจบการแข่งขัน อาร์เตต้า เปิดฉากด้วยการเน้นย้ำถึงมาตรฐานการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน โดยระบุว่าความผิดพลาดลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในการแข่งขันระดับสูงสุด
"ฟังนะ คำถามแรกที่เราต้องมาคุยกันก็คือ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในฟุตบอลระดับนี้ มันเป็นเกมฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม ทั้งสองทีมและบรรยากาศในสนามนั้นน่าทึ่งมาก ซันเดอร์แลนด์เป็นทีมที่มีวินัยสูง พวกเขาเล่นได้ดีในหลายๆ เฟส มีผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม และสร้างปัญหาให้เราต้องตามแก้มากมาย" อาร์เตต้า กล่าว
"เราต้องรับมือกับสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด หลังจากสัปดาห์ที่ยากลำบากอย่างยิ่งจากการเจอกับ เชลซี และ นาโปลี แต่ยิ่งไปกว่านั้น เรากลับต้องมาเผชิญกับสิ่งที่เราเจอในวันนี้ ซึ่งในมุมมองของผม มันยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ผมดูภาพช้าย้อนหลังมา 20 รอบแล้ว และผมยังหาทางทำความเข้าใจไม่ได้เลยว่าพวกเขาคิดจะให้จุดโทษในสถานการณ์นั้นได้อย่างไร หรือ VAR คิดอย่างไรถึงเข้ามาแทรกแซงแบบนั้น"
เตือนความผิดพลาดระดับนี้ สามารถพรากแชมป์พรีเมียร์ลีกได้
นายใหญ่วัย 44 ปี ย้ำเตือนว่าการตัดสินที่คลาดเคลื่อนในเกมระดับนี้ มีน้ำหนักและผลกระทบที่อาจรุนแรงเกินกว่าที่ใครหลายคนประเมินไว้ โดยเฉพาะในการแข่งขันที่ขับเคี่ยวแย่งแชมป์กันอย่างดุเดือดทุกคะแนน
"ผมไม่รู้ว่าควรจะคิดอย่างไร แต่ผมรู้สึกเศร้าที่เราต้องมานั่งถกเถียงเรื่องที่มีความร้ายแรงระดับนี้ในเกมที่สวยงาม เพราะการตัดสินแบบนั้นสามารถเปลี่ยนทิศทางของทั้งฤดูกาล และอาจทำให้คุณชวดแชมป์ได้เลย ในระดับนี้ ด้วยการทุ่มเททำงานหนักทั้งหมดที่เราใส่ลงไป เรื่องแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้น ผมหาคำอธิบายไม่ได้ และนั่นคือเหตุผลที่ผมจะพยายามหาคำตอบให้ได้ในตอนนี้" กุนซืออาร์เซน่อลระบุ
นอกจากนี้ ในการให้สัมภาษณ์ข้างสนามกับสื่อถ่ายทอดสด อาร์เตต้า ยังเปรียบเทียบจังหวะเหนี่ยวดึงระหว่าง คอนซ่า กับ บัลลาร์ด ว่าแทบไม่ต่างจากการจับทุ่มยูโด ซึ่งผู้เล่นทั้งสองคนต่างเหนี่ยวรั้งกันไปมา และไม่มีเหตุผลอันควรที่จะเป่าให้เป็นจุดโทษแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ซูเปอร์เซฟของ ดาบิด รายา สู่ชัยชนะ 4 นัดรวดของทัพปืนใหญ่
แม้จะมีประเด็นค้านสายตาจากจังหวะจุดโทษดังกล่าว แต่อาร์เซน่อลยังคงแสดงให้เห็นถึงความนิ่งและเกมรับที่แข็งแกร่ง เมื่อ ดาบิด รายา โชว์ปฏิภาณพุ่งปัดลูกยิงจุดโทษของ เอ็นโซ เลอ เฟ เอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้สกอร์ยังคงเสมอกัน 0-0 ในเวลานั้น ก่อนที่ บรูโน่ กิมาไรส์ จะพังประตูขึ้นนำ 1-0 ให้ทีมเยือน และปิดท้ายด้วยลูกจุดโทษของ บูกาโย่ ซาก้า ในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมบุกคว้าชัย 2-0 สำเร็จ
ชัยชนะนัดนี้ทำให้ อาร์เซน่อล เดินหน้าเก็บ 12 แต้มเต็มจากการลงสนาม 4 นัดแรกของฤดูกาล พร้อมรั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปได้อย่างมั่นคง อย่างไรก็ตาม ถ้อยแถลงอันดุเดือดของ อาร์เตต้า ย่อมส่งแรงกระเพื่อมไปยังองค์กรผู้ตัดสินฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ (PGMOL) ให้ต้องกลับมาทบทวนมาตรฐานการเป่าฟาวล์ในกรอบเขตโทษ และความสม่ำเสมอในการแทรกแซงของ VAR อีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แฮชแท็ก: #BaanFootball #บ้านฟุตบอล #อาร์เซน่อล #Arsenal #มิเกลอาร์เตต้า #MikelArteta #ซันเดอร์แลนด์ #พรีเมียร์ลีก #PremierLeague #ข่าวฟุตบอล