โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ผู้จัดการทีม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สวนกระแสวิจารณ์ด้วยอารมณ์ขันแกมประชดประชันในงานแถลงข่าว โดยระบุว่าหากเขายังทำงานอยู่ในบ้านเกิดอย่างอิตาลี ผลงานการเก็บสองคลีนชีตติดต่อกันคงทำให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในกุนซือที่ดีที่สุดในโลกไปแล้ว ท่ามกลางแรงกดดันจากปัญหาเกมรุกที่ยังทำประตูไม่ได้ตลอดสี่นัดแรกของฤดูกาลพรีเมียร์ลีก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจบเกมพรีเมียร์ลีกที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม ซึ่งทัพ "ไก่เดือยทอง" ทำได้เพียงเปิดบ้านเสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 0-0 ส่งผลให้สโมสรเก็บเพิ่มได้เพียงแต้มเดียว มีรวมเป็น 2 คะแนนจากการลงสนาม 4 นัดแรก (เสมอ 2 แพ้ 2) พร้อมกับสร้างสถิติประวัติศาสตร์สโมสรที่ไม่น่าจดจำ ด้วยการยิงประตูคู่แข่งไม่ได้เลยตลอด 4 เกมแรกของการเปิดฤดูกาลบนลีกสูงสุด
มุกตลกร้ายกลางห้องแถลงข่าว: สองคลีนชีตแลกแรงกดดัน
ในระหว่างการตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าว เด แซร์บี้ ได้หันไปพูดคุยกับนักข่าวชาวอิตาลีโดยตรง พร้อมกับหยิบยกความแตกต่างทางวัฒนธรรมฟุตบอลขึ้นมาเปรียบเทียบ โดยเฉพาะค่านิยมของลูกหนังอิตาเลียนดั้งเดิมที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับเกมรับที่รัดกุมและความเหนียวแน่นในการเก็บคลีนชีต
"ยกตัวอย่างเช่น ในอิตาลี ตอนนี้ผมคงกลายเป็นโค้ชที่ดีที่สุดในโลกไปแล้วใช่ไหมล่ะ... ก็เพราะผมพาทีมเก็บได้ตั้ง 2 คลีนชีตจาก 2 นัดล่าสุดนี่ไง! แล้วพรุ่งนี้ กัซเซ็ตต้า เดลโล่ สปอร์ต จะพาดหัวอะไรกัน สองคลีนชีต หรือว่ายิงประตูไม่ได้? บอกผมสิว่าพวกคุณอยากเขียนเรื่องไหนกันแน่"
คำพูดดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงสภาวะจิตวิทยาของกุนซือชาวอิตาเลียนที่พยายามใช้มุกตลกร้ายเป็นเกราะป้องกันและลดทอนแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่ทีมอย่างหนัก เนื่องจากความคาดหวังของฟุตบอลอังกฤษและแฟนบอลสเปอร์สต้องการเห็นเกมรุกที่ไหลลื่นและมีประสิทธิภาพ มากกว่าเพียงแค่การไม่เสียประตู
ความย้อนแย้งเชิงแท็กติกของ เด แซร์บี้
สถานการณ์ปัจจุบันของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถือเป็นภาพความย้อนแย้งอย่างชัดเจนต่อปรัชญาฟุตบอลของ เด แซร์บี้ ซึ่งสร้างชื่อเสียงขึ้นมาในฐานะกุนซือสายบุกแหลกที่เน้นการครองบอล เซ็ตเกมจากแดนหลัง และสร้างสรรค์โอกาสเข้าทำจำนวนมาก นับตั้งแต่การคุมทีม ซาสซูโอโล่ และ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน
ทว่าในฤดูกาลนี้ สเปอร์สเริ่มต้นด้วยการพ่ายแพ้ต่อ เบรนท์ฟอร์ด และ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ก่อนจะมาเก็บผลเสมอแบบไร้สกอร์ 0-0 ติดต่อกันสองนัดในการเจอกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ เอฟเวอร์ตัน แม้ว่าโครงสร้างการป้องกันจะดูมีระเบียบวินัยมากขึ้นจนไม่เสียประตูมาสองเกมติด แต่ประสิทธิภาพในพื้นที่สุดท้ายกลับกลายเป็นปัญหาเรื้อรังที่ยังหาจุดลงตัวไม่พบ
การปลดล็อกทางจิตวิทยาและการแก้โจทย์พื้นที่สุดท้าย
นอกเหนือจากการแซวสื่อแล้ว เด แซร์บี้ ยังยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าลูกทีมของเขากำลังเผชิญกับอุปสรรคทางด้านจิตใจ ซึ่งส่งผลให้จังหวะการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายเกิดความลังเลและขาดความเฉียบคม โดยเขาใช้คำในภาษาอิตาลีว่าทีมจำเป็นต้อง "ปลดล็อก" (sblocchiamo) ให้ได้โดยเร็วที่สุด
ภารกิจสำคัญอันดับแรกของนายใหญ่ชาวอิตาเลียนในเวลานี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่การรักษาสถิติเกมรับที่เหนียวแน่น แต่เป็นการเร่งฟื้นฟูความมั่นใจในแดนหน้า ปรับจูนระบบการเคลื่อนที่ในกรอบเขตโทษ และเค้นฟอร์มเก่งของแนวรุกออกมาให้ทันเวลา ก่อนที่วิกฤตปืนฝืดจะเริ่มส่งผลกระทบต่ออันดับบนตารางคะแนนไปมากกว่านี้
แฮชแท็ก: #BaanFootball #บ้านฟุตบอล #เดแซร์บี้ #สเปอร์ส #ท็อตแน่มฮ็อทสเปอร์ #ไก่เดือยทอง #พรีเมียร์ลีก #ข่าวฟุตบอล