แฟนบอลอังกฤษอาจกำลังจะได้เห็นภาพที่น่าสนใจอีกภาพหนึ่งของวงการฟุตบอล เมื่อ จู๊ด เบลลิ่งแฮม และ โจ๊บ เบลลิ่งแฮม สองพี่น้องจากครอบครัวเดียวกัน มีชื่ออยู่ในทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่พร้อมกัน และมีโอกาสลงสนามเคียงข้างกันเป็นครั้งแรก

 

โธมัส ทูเคิ่ล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ ประกาศรายชื่อ 25 นักเตะสำหรับศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เดือนพฤศจิกายน 2026 โดยมีทั้งจู๊ดจากเรอัล มาดริด และโจ๊บจากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อยู่ในรายชื่อกองกลาง นับเป็นการเรียกตัวโจ๊บขึ้นสู่ทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรก

 

สำหรับจู๊ด การสวมเสื้อทีมชาติอังกฤษเป็นเรื่องที่เขาคุ้นเคยมานานแล้ว แต่สำหรับโจ๊บ นี่คืออีกก้าวสำคัญในอาชีพนักฟุตบอลของเขา และสิ่งที่ทำให้การเรียกตัวครั้งนี้พิเศษกว่าปกติ ก็คือโอกาสที่จะได้ลงเล่นทีมเดียวกับพี่ชายของตัวเอง

 

จากการติดตามดูพี่ชาย สู่โอกาสลงสนามทีมเดียวกัน

ชื่อของจู๊ด เบลลิ่งแฮม เป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลอังกฤษมาหลายปี เขาสร้างชื่อกับเบอร์มิงแฮม ซิตี้ ก่อนย้ายไปโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และก้าวขึ้นมาเล่นให้เรอัล มาดริด รวมถึงได้รับโอกาสลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษในรายการสำคัญมาแล้ว

 

ส่วนโจ๊บเดินเข้าสู่วงการฟุตบอลอาชีพผ่านเบอร์มิงแฮมเช่นเดียวกับพี่ชาย ก่อนย้ายไปซันเดอร์แลนด์ และต่อมาย้ายสู่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สโมสรที่จู๊ดเคยค้าแข้งมาก่อน

 

ด้วยความที่ทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน เล่นฟุตบอลอาชีพในตำแหน่งกองกลาง และเคยผ่านสโมสรเดียวกัน การถูกนำมาเปรียบเทียบจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก โดยเฉพาะเมื่อจู๊ดประสบความสำเร็จในระดับสูงตั้งแต่อายุยังน้อย

 

แต่การเรียกโจ๊บติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ครั้งนี้มีความสำคัญในตัวมันเอง เพราะเขาได้รับโอกาสจากผลงานที่ทำให้ทีมงานของทูเคิ่ลตัดสินใจเลือกเขาเข้ามาอยู่ในทีม ไม่ใช่เพียงเพราะมีพี่ชายเป็นนักฟุตบอลชื่อดัง

 

จู๊ดกับโจ๊บ จะเล่นร่วมกันได้อย่างไร?

หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจคือ หากทั้งสองคนได้รับโอกาสลงสนามพร้อมกัน ทูเคิ่ลจะใช้งานพวกเขาในรูปแบบไหน เพราะแม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มกองกลางเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งคู่จะต้องแย่งเล่นตำแหน่งเดียวกันเสมอไป

 

จู๊ดมีประสบการณ์เล่นทั้งในตำแหน่งกองกลางและบทบาทที่ขยับขึ้นไปใกล้แนวรุก ความสามารถในการพาบอลขึ้นหน้า การเคลื่อนที่เข้าสู่พื้นที่อันตราย และการมีส่วนร่วมกับเกมรุก เป็นคุณสมบัติที่ทำให้เขามีทางเลือกในการยืนตำแหน่งหลากหลาย

 

ขณะที่โจ๊บสามารถเล่นในแดนกลางและมีส่วนร่วมกับการเชื่อมเกมได้เช่นกัน หากทูเคิ่ลต้องการทดลองใช้ทั้งคู่พร้อมกัน ก็อาจจัดให้จู๊ดรับบทบาทที่สูงกว่า และใช้โจ๊บช่วยทำงานในแดนกลาง

 

อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงภาพที่เป็นไปได้ในเชิงฟุตบอล ไม่ใช่แผนการเล่นที่ทูเคิ่ลประกาศหรือยืนยันแล้ว และความเหมาะสมยังขึ้นอยู่กับนักเตะคนอื่นที่ลงสนามร่วมกันด้วย

 

การถูกเรียกติดทีมพร้อมกัน ยังไม่ใช่คำตอบว่าจะได้ลงเล่นด้วยกัน

อังกฤษยังมีตัวเลือกในแดนกลางอีกหลายคน รวมถึงเดแคลน ไรซ์, เอลเลียต แอนเดอร์สัน, เจมส์ การ์เนอร์ และจอช คิง ซึ่งมีชื่ออยู่ในทีมชุดนี้เช่นกัน ทำให้ทั้งจู๊ดและโจ๊บต้องแข่งขันกับเพื่อนร่วมทีมเพื่อโอกาสลงสนาม

 

โดยเฉพาะโจ๊บที่เพิ่งได้รับการเรียกตัวเข้าสู่ทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก เป้าหมายเบื้องต้นของเขาอาจเป็นการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมของทีม การทำความเข้าใจแนวทางการเล่นของทูเคิ่ล และแสดงให้เห็นว่าเขาสามารถช่วยทีมได้อย่างไร

 

การที่สองพี่น้องมีชื่ออยู่ในทีมชุดเดียวกันจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ส่วนการจะได้ลงเล่นพร้อมกันหรือไม่ ต้องรอดูการตัดสินใจของผู้จัดการทีมในวันแข่งขัน

 

โครเอเชียและสเปน สองเกมที่แฟนบอลต้องติดตาม

อังกฤษมีโปรแกรมเปิดสนามเวมบลีย์พบโครเอเชียในวันที่ 12 พฤศจิกายน ก่อนเดินทางไปเยือนสเปนที่กรุงมาดริดในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2026 ซึ่งเป็นสองเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ในปีนี้

 

นอกจากการลุ้นผลการแข่งขันแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่น่าติดตามคือทูเคิ่ลจะจัดการกับขุมกำลังในแดนกลางอย่างไร จะให้โอกาสโจ๊บประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่หรือไม่ และหากเขาได้ลงเล่น จู๊ดจะอยู่ในสนามในช่วงเวลาเดียวกันหรือเปล่า

 

เพราะสำหรับสองพี่น้องเบลลิ่งแฮม การได้ลงเล่นให้ประเทศเดียวกันในระดับทีมชาติชุดใหญ่คงมีความหมายมากกว่าการเป็นเพียงชื่อสองชื่อในใบรายชื่อนักเตะ

 

สำหรับจู๊ด นั่นอาจเป็นวันที่เขาได้ลงสนามร่วมกับน้องชายในเสื้อทีมชาติอังกฤษ ส่วนสำหรับโจ๊บ นั่นอาจเป็นวันที่เขาได้ประเดิมสนามระดับสูงสุดของประเทศ โดยมีพี่ชายอยู่เคียงข้าง

 

ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ แต่หากเกิดขึ้นจริง ภาพสองพี่น้องเบลลิ่งแฮมลงสนามพร้อมกันในนามทีมชาติอังกฤษก็น่าจะเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ครอบครัวของพวกเขาจดจำไปอีกนาน

 

แฮชแท็ก: #BaanFootball #บ้านฟุตบอล #JudeBellingham #JobeBellingham #ทีมชาติอังกฤษ #EnglandFootball #UEFANationsLeague #คอลัมน์ฟุตบอล