ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร สโมสรชั้นนำในศึก J2 League ประเทศญี่ปุ่น ประกาศบรรลุข้อตกลงคว้าตัว "โต้" อิทธิมนต์ ทิพเนตร กองหน้าดาวรุ่งวัย 18 ปี จากสโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มาร่วมทีมอย่างเป็นทางการด้วยสัญญายืมตัวเป็นเวลา 1 ฤดูกาล โดยมีระยะเวลาสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ถึง 30 มิถุนายน 2570
การย้ายสู่เวทีฟุตบอลอาชีพประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่แนวรุกชาวไทยเดินทางไปร่วมฝึกซ้อมและทดสอบฝีเท้ากับ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร เป็นเวลา 3 สัปดาห์เต็มในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวแสดงศักยภาพและพัฒนาการการเล่นเข้าตาแท็กติกของทีมสตาฟฟ์โค้ช จนนำมาซึ่งการเซ็นสัญญาคว้าตัวร่วมทัพสู้ศึกฤดูกาล 2026/27 ในที่สุด
หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อิทธิมนต์ ทิพเนตร ได้เปิดใจถึงความรู้สึกในการก้าวข้ามมาค้าแข้งในลีกอาชีพประเทศญี่ปุ่นว่า
"ผมรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้เข้ามาร่วมทีม ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้กลับมาร่วมสู้ไปพร้อมกับนักเตะที่ยอดเยี่ยมและสตาฟฟ์ที่มีความสามารถ รวมถึงแฟนบอลทุกคนที่ซัปโปโรอีกครั้ง ผมจะทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อ ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"
จากมหาอำนาจลูกหนังขาสั้น สู่สัญญาอาชีพ บีจี ปทุม และทีมชาติไทย U19
"โต้" อิทธิมนต์ ทิพเนตร เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2550 เริ่มต้นเส้นทางสายฟุตบอลตั้งแต่อายุเพียง 5 ขวบ ก่อนจะสั่งสมประสบการณ์และสร้างชื่อเสียงอย่างโดดเด่นในระดับฟุตบอลนักเรียนขาสั้นกับสถาบันมหาอำนาจลูกหนังอย่าง โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์นักเตะระดับประเทศมาอย่างยาวนาน
ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นและสรีระร่างกายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้สโมสร บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ตัดสินใจเซ็นสัญญาอาชีพกับเขาในปี 2025 และมอบโอกาสประเดิมสนามในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2025/26 ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถทำประตูแรกในลีกสูงสุดของไทยได้สำเร็จ รวมถึงการเป็นกำลังหลักของทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในชุดคว้ารองแชมป์ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน U19 ปี 2026 และเคยได้รับการเรียกตัวไปร่วมฝึกซ้อมเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับทีมชาติไทยชุดใหญ่อีกด้วย
สเปกตัวรุกยุคใหม่: รูปร่าง 182 ซม. กับทักษะริมเส้นถนัดขวา
จุดเด่นที่ทำให้ อิทธิมนต์ ทิพเนตร เป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง คือส่วนสูงถึง 1.82 เมตร ซึ่งถือเป็นโครงสร้างร่างกายที่ได้เปรียบอย่างมากสำหรับตัวรุกชาวไทยเมื่อเทียบสเปกมาตรฐาน โดยเจ้าตัวถนัดเท้าขวาและประจำการในตำแหน่งปีกซ้ายเป็นหลัก แต่มักใช้ความเร็วและสปีดต้นตัดเข้าในเพื่อหาโอกาสจบสกอร์ด้วยตัวเอง
นอกเหนือจากการเล่นริมเส้นฝั่งซ้ายแล้ว อิทธิมนต์ ยังสามารถขยับไปเล่นริมเส้นฝั่งขวาหรือรับบทบาทเป็นตัวรุกด้านหลังกองหน้า (Second Striker) ได้อีกด้วย ซึ่งส่วนสูงและโครงสร้างร่างกายที่แข็งแกร่งจะช่วยให้เขาสามารถรับมือกับการปะทะและเกมกลางอากาศที่เข้มข้นของฟุตบอล J2 League ได้ดีขึ้นตามลำดับ
ผนึกกำลัง 3 แข้งไทยในถิ่นซัปโปโร สู้ศึก J2 League ฤดูกาล 2026/27
การย้ายมาร่วมทีม ฮอกไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ของ อิทธิมนต์ ในครั้งนี้ ส่งผลให้สโมสรแห่งฮอกไกโดมีนักเตะสายเลือดไทยอยู่ในขุมกำลังลุยศึก J2 League ฤดูกาล 2026/27 รวมกันถึง 3 ราย ได้แก่ "เช็ค" สุภโชค สารชาติ รุ่นพี่ทีมชาติไทยชุดใหญ่, "เปา" ธีรภัทร ปรือทอง แนวรุกดาวรุ่ง และ "โต้" อิทธิมนต์ ทิพเนตร
การมีรุ่นพี่ชาวไทยอยู่ในทีมถึง 2 คน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ดาวรุ่งวัย 18 ปีสามารถปรับตัวเข้ากับชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรมฟุตบอลญี่ปุ่น สภาพอากาศ รวมถึงแท็กติกการเล่นในลีกอาชีพญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว โดยเป้าหมายหลักของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในฤดูกาลนี้คือการทำผลงานเพื่อคว้าตั๋วเลื่อนชั้นกลับคืนสู่ J1 League ให้ได้อีกครั้ง
แฮชแท็ก: #BaanFootball #บ้านฟุตบอล #อิทธิมนต์ทิพเนตร #คอนซาโดเล่ซัปโปโร #บีจีปทุมยูไนเต็ด #สุภโชคสารชาติ #ธีรภัทรปรือทอง #J2League #เจลีก #บอลไทย #นักเตะไทย