เจอร์เก้น คล็อปป์ พอใจกับทิศทางของทีมชาติเยอรมนี แม้ผลงานล่าสุดจะจบลงด้วยการบุกเสมอกรีซ 0-0 ในศึก UEFA Nations League โดยมองว่าลูกทีมแสดงให้เห็นพัฒนาการที่ดีทั้งเรื่องการเล่นและการเคลื่อนที่ เพียงแต่ยังขาดสิ่งสำคัญที่สุดในพื้นที่สุดท้าย นั่นคือการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตู

 

ผลเสมอที่เทสซาโลนิกิทำให้เยอรมนีมี 5 คะแนนจาก 4 นัด รั้งอันดับ 3 ของกลุ่ม ตามหลังเนเธอร์แลนด์และกรีซที่มีทีมละ 8 คะแนน ขณะที่ผลงาน 4 เกมแรกของเยอรมนีในรายการนี้คือ ชนะ 1 เสมอ 2 และแพ้ 1

 

คล็อปป์เห็นสิ่งที่ต้องการ แม้สกอร์ยังไม่มา

หลังจบเกม คล็อปป์แสดงความพอใจกับสิ่งที่ได้เห็นจากทีม โดยเฉพาะผลงานในครึ่งแรก เขามองว่าการเล่นและการเคลื่อนที่ของนักเตะอยู่ในระดับที่ดีมาก และยอมรับว่าพัฒนาการในช่วงเวลาสั้น ๆ ทำให้เขารู้สึกประทับใจ

 

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เห็นชัดยังอยู่ตรงการจบสกอร์ เยอรมนีสามารถกดดันและสร้างสถานการณ์เกมรุกได้ต่อเนื่อง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนความได้เปรียบดังกล่าวเป็นประตู ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผลงานที่ดูเหนือกว่าในหลายช่วงไม่กลายเป็นชัยชนะ

 

ครึ่งแรกกดดันหนัก แต่กรีซยังยืนอยู่

ภาพของเกมสะท้อนสิ่งที่คล็อปป์พูดได้ค่อนข้างชัด โดย UEFA ระบุว่า หลังจากกรีซมีโอกาสสำคัญตั้งแต่ช่วงต้น เยอรมนีก็เป็นฝ่ายควบคุมเกมในครึ่งแรกและสร้างจังหวะยิงอีก 15 ครั้งก่อนพักครึ่ง แต่ยังไม่สามารถผ่าน คอสตาส โซลาคิส ผู้รักษาประตูกรีซได้

 

หลังเริ่มครึ่งหลัง ความเข้มข้นของเกมลดลง และเยอรมนีไม่สามารถรักษาแรงกดดันในระดับเดียวกับช่วง 45 นาทีแรกได้ คล็อปป์เองยอมรับว่าหลังประมาณหนึ่งชั่วโมง ทีมเริ่มเสียความนิ่งและโครงสร้างการเล่นไม่ชัดเจนเท่าช่วงต้นเกม

 

จากแพ้กรีซ สู่เกมที่ภาพรวมดีขึ้น

ผล 0-0 นัดนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังเยอรมนีแพ้กรีซ 0-1 ในบ้าน ซึ่งเป็นความพ่ายแพ้ต่อกรีซครั้งแรก ก่อนที่ทีมของคล็อปป์จะตอบสนองด้วยชัยชนะเหนือเซอร์เบีย 2-0 และตามมาด้วยการเก็บหนึ่งคะแนนจากการเยือนกรีซ

 

เมื่อมองจากลำดับผลงาน ช่วงสองเกมหลังแสดงให้เห็นว่าเยอรมนีเริ่มหาจังหวะของตัวเองได้มากขึ้น แต่สถานการณ์ในกลุ่มยังไม่เปิดกว้างพอให้ผ่อนแรง เพราะการมี 5 คะแนนทำให้พวกเขายังตามสองทีมนำอยู่ 3 คะแนน

 

โจทย์ต่อไปคือทำให้ฟอร์มกลายเป็นผลการแข่งขัน

สิ่งที่คล็อปป์ได้จากเกมนี้จึงไม่ใช่สามคะแนน แต่เป็นสัญญาณว่ารูปแบบการเล่นเริ่มขยับไปในทิศทางที่เขาต้องการ ทั้งการเคลื่อนที่ การเล่นเป็นทีม และความสามารถในการกดดันคู่แข่งเป็นช่วงยาวของเกม

 

ในอีกด้านหนึ่ง ผลเสมอแบบไม่มีประตูย้ำว่าเยอรมนียังต้องพัฒนาการตัดสินใจและความเด็ดขาดในแดนหน้า เพราะหากไม่สามารถเปลี่ยนช่วงเวลาที่ควบคุมเกมได้ให้เป็นประตู ความได้เปรียบด้านรูปเกมก็อาจไม่เพียงพอในเกมที่มีเดิมพันสูงกว่าเดิม

 

โปรแกรม Nations League นัดต่อไปของเยอรมนีคือการออกไปเยือนเซอร์เบียในวันที่ 13 พฤศจิกายน ก่อนกลับมาเล่นในบ้านกับเนเธอร์แลนด์วันที่ 16 พฤศจิกายน ซึ่งสองเกมดังกล่าวจะมีความสำคัญต่อการไล่พื้นที่ด้านบนของกลุ่มอย่างชัดเจน

 

แฮชแท็ก: #BaanFootball #บ้านฟุตบอล #เจอร์เก้นคล็อปป์ #ทีมชาติเยอรมนี #เยอรมนี #NationsLeague #FootballNews