อีเอฟแอลคัพ รอบ 4
วันที่ 30 ตุลาคม 2569 (คืนวันพฤหัสบดี) เวลา 02.45 น.
สนามแข่งขัน : ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดี้ยม
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-3 เอฟเวอร์ตัน
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-3 เอฟเวอร์ตัน
เอฟเวอร์ตัน 1-4 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-1 เอฟเวอร์ตัน
เอฟเวอร์ตัน 0-0 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
เอฟเวอร์ตัน
อาร์เซน่อล 2-0 เอฟเวอร์ตัน (แพ้)
เอฟเวอร์ตัน 0-2 เชลซี (แพ้)
ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 เอฟเวอร์ตัน (เสมอ)
เอฟเวอร์ตัน 1-0 อิปสวิช ทาวน์ (ชนะ)
เอฟเวอร์ตัน 1-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน (ชนะ)
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
คริสตัล พาเลซ 0-2 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ชนะ)
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 0-1 แอสตัน วิลล่า (แพ้)
โคเวนทรี ซิตี้ 4-1 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (แพ้)
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1 ฮัลล์ ซิตี้ (ชนะ)
ลีดส์ ยูไนเต็ด 4-1 นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (แพ้)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
เอฟเวอร์ตัน
เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ผลงานเริ่มสะดุด หลังแพ้ติดต่อกันสองนัดในพรีเมียร์ลีกต่อ เชลซี และ อาร์เซน่อล ด้วยสกอร์ 0-2 ทั้งสองเกม ทำให้แนวรุกไม่สามารถยิงประตูได้ตลอดสองนัดที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลงานในฟุตบอลถ้วยยังน่าสนใจ หลังเอาชนะ เพรสตัน นอร์ท เอนด์ 4-0 และ วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบนี้ได้สำเร็จ จุดแข็งของทีมอยู่ที่การรักษาระเบียบเกมรับ การเข้าปะทะในแดนกลาง และการใช้ประโยชน์จากลูกตั้งเตะ โดยคาดว่าจะวางระบบ 4-2-3-1 มี เจมส์ การ์เนอร์ เป็นกำลังสำคัญในการเชื่อมเกม ขณะที่ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ รับหน้าที่สร้างสรรค์เกมรุกสนับสนุน เธียร์โน่ แบร์รี่ ซึ่งต้องเพิ่มความเฉียบคมในการจบสกอร์ ฝั่งริมเส้นมี ไทเลอร์ ดิบลิ่ง และ ไทริค จอร์จ เป็นทางเลือกในการเพิ่มความเร็วและความสามารถในการเล่นหนึ่งต่อหนึ่ง ส่วนแนวรับยังต้องพึ่งประสบการณ์ของ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ และ ไมเคิล คีน ประเด็นสำคัญคือสภาพความพร้อมของ จาร์ราด แบรนธ์เวต ที่มีปัญหากระทบกระเทือนทางศีรษะ ขณะที่ แจ็ค กรีลิช มีอาการป่วย และ วิตาลี่ มิโคเลนโก้ มีปัญหาบาดเจ็บจากเกมล่าสุด ทั้งหมดต้องประเมินความพร้อมก่อนแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่ มอยส์ จะปรับเปลี่ยนผู้เล่นบางตำแหน่งเพื่อเพิ่มความสด โดยเฉพาะแดนกลางและแนวรุก แต่การเล่นในบ้านยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ทีมมีโอกาสกลับมาสร้างผลงานที่ดีได้อีกครั้ง
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : จาร์ราด แบรนธ์เวต (มีปัญหากระทบกระเทือนทางศีรษะ ต้องรอประเมินความพร้อม), วิตาลี่ มิโคเลนโก้ (มีปัญหาบาดเจ็บจากเกมกับอาร์เซน่อล ต้องรอทดสอบความฟิต), แจ็ค กรีลิช (มีอาการป่วย ต้องรอประเมินความพร้อม)
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด
นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ของกุนซือ มัทธีอัส ไยส์เล่ เริ่มเรียกความมั่นใจกลับมาได้หลังบุกเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุด ซึ่งเป็นชัยชนะที่มีความสำคัญอย่างมากหลังจากก่อนหน้านั้นทีมแพ้สองนัดติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เห็นได้ชัดคือความไม่แน่นอนของเกมรับ โดยเฉพาะการเล่นนอกบ้านที่เคยเสียถึง 4 ประตูให้ทั้ง ลีดส์ ยูไนเต็ด และ โคเวนทรี ซิตี้ ทำให้การรักษาระยะห่างระหว่างแนวรับกับแดนกลางเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุง สำหรับเกมนี้คาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 เช่นเดียวกัน โดยมี นิโก้ กอนซาเลซ คอยควบคุมจังหวะในแดนกลาง ร่วมกับ โจ วิลล็อก หรือ เจค็อบ แรมซีย์ ขณะที่แนวรุกมี ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ เป็นตัวอันตรายในการโจมตีจากริมเส้น ส่วน วิลเลี่ยม โอซูล่า ซึ่งกลับมาทำประตูได้ในเกมล่าสุด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการจบสกอร์ นอกจากนี้ โยอัน วิสซ่า และ แอนโธนี่ อีลังก้า ยังมีโอกาสได้รับบทบาทสำคัญหากมีการปรับหมุนเวียนผู้เล่น ด้านแนวรับคาดว่าจะมี มาลิก เทียว, สเวน บ็อตมัน และ ลูอิส ฮอลล์ เป็นแกนหลัก โดยทีมยังขาด ติโน่ ลิฟราเมนโต้ ที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า และ เอเวน ชาอูเอน ที่ยังพักรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณต้นขา ส่วน ลูอิส ไมลีย์ และ มาติอัส เฟร์นานเดซ-ปาร์โด้ ยังต้องประเมินสภาพร่างกายก่อนเกม สิ่งที่น่าสนใจคือกุนซือแสดงจุดยืนว่าต้องการให้ความสำคัญกับฟุตบอลถ้วยรายการนี้และไม่คิดเปลี่ยนทีมจำนวนมาก จึงมีแนวโน้มว่าจะส่งผู้เล่นแกนหลักลงสนามเพื่อรักษาความต่อเนื่องจากชัยชนะนัดล่าสุด
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : ติโน่ ลิฟราเมนโต้ (บาดเจ็บหัวเข่า หมดสิทธิ์ลงสนาม), เอเวน ชาอูเอน (บาดเจ็บต้นขา หมดสิทธิ์ลงสนาม), ลูอิส ไมลีย์ (มีปัญหาบาดเจ็บ ต้องรอทดสอบความฟิต), มาติอัส เฟร์นานเดซ-ปาร์โด้ (มีอาการป่วย ต้องรอประเมินความพร้อม)
ตอกย้ำความมั่นใจ
ศึกอีเอฟแอลคัพรอบนี้มีแนวโน้มออกมาสูสี เพราะทั้งสองทีมต่างต้องการชัยชนะเพื่อเรียกความมั่นใจและผ่านเข้าสู่รอบต่อไป เอฟเวอร์ตันได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน รวมถึงสถิติการพบกันช่วงหลังที่เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ถึง 3 จาก 4 นัดล่าสุด และแม้เกมรุกจะฝืดไปในสองเกมที่ผ่านมา แต่รูปแบบการเล่นที่เน้นความรัดกุมและการโจมตีจากลูกตั้งเตะยังสามารถสร้างปัญหาให้ทีมเยือนได้ ขณะที่ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด มีความมั่นใจเพิ่มขึ้นหลังชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0 และมีแนวรุกที่สามารถเปลี่ยนจังหวะรับเป็นรุกได้รวดเร็ว โดยเฉพาะความคล่องตัวของ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ และความสามารถในการเคลื่อนที่หาพื้นที่ของ วิลเลี่ยม โอซูล่า จุดชี้ขาดของเกมนี้น่าจะอยู่ที่การควบคุมแดนกลางและความผิดพลาดของแนวรับ เพราะเอฟเวอร์ตันมีปัญหาเรื่องความเฉียบคม ส่วนทีมเยือนยังมีช่องว่างในเกมรับเมื่อถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือทั้งสองทีมมีโปรแกรมพรีเมียร์ลีกที่จะพบกันอีกครั้งในอีกไม่กี่วัน ทำให้การจัดการสภาพร่างกายและการเปลี่ยนตัวอาจมีผลต่อรูปเกมช่วงท้าย เมื่อประเมินองค์ประกอบทั้งหมด เอฟเวอร์ตันมีโอกาสใช้ความได้เปรียบจากสนามเหย้าควบคุมเกมได้เป็นระยะ แต่นิวคาสเซิ่ลมีอาวุธในเกมสวนกลับและความมั่นใจจากชัยชนะล่าสุดที่น่าจะสร้างความแตกต่างได้ โดยภาพรวมจึงให้น้ำหนักกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เล็กน้อย และมองว่าทีมเยือนมีโอกาสเบียดคว้าชัยในเกมที่ตัดสินกันด้วยความเฉียบคมหน้าประตู
แสดงความคิดเห็น