อีเอฟแอลคัพ รอบ 4
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 (คืนวันอังคาร) เวลา 02.45 น.
สนามแข่งขัน : วัลเลย์ พาเหรด
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
แบรดฟอร์ด ซิตี้ 2-0 ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด
แบรดฟอร์ด ซิตี้ 2-0 ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด
ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด 1-1 แบรดฟอร์ด ซิตี้
แบรดฟอร์ด ซิตี้ 3-1 ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด
แบรดฟอร์ด ซิตี้ 4-4 ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
แบรดฟอร์ด ซิตี้
อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 0-0 แบรดฟอร์ด ซิตี้ (เสมอ)
เบอร์ตัน อัลเบี้ยน 0-0 แบรดฟอร์ด ซิตี้ (เสมอ)
แบรดฟอร์ด ซิตี้ 2-0 สตีฟเนจ โบโรห์ (ชนะ)
แบรดฟอร์ด ซิตี้ 0-0 เลย์ตัน โอเรียนท์ (เสมอ)
ร็อตเธอร์แฮม ยูไนเต็ด 0-4 แบรดฟอร์ด ซิตี้ (ชนะ)
ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด
บรอมลีย์ 1-1 ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด (เสมอ)
ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ 4-1 ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด (แพ้)
ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด 2-2 เบอร์ตัน อัลเบี้ยน (เสมอ)
เลสเตอร์ ซิตี้ 1-3 ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด (ชนะ)
ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด 4-1 อิปสวิช ทาวน์ ยู 21 (ชนะ)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
แบรดฟอร์ด ซิตี้
แบรดฟอร์ด ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิล ดัฟฟ์ กำลังอยู่ในช่วงที่มีความมั่นใจอย่างมาก หลังรักษาสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกัน 11 นัดในทุกรายการ และรั้งอันดับ 3 ของลีกวัน อังกฤษ ผลงานโดดเด่นที่สุดอยู่ที่เกมรับซึ่งเสียไปเพียง 5 ประตูจาก 12 นัดในลีก โดยเฉพาะ 4 นัดหลังสุดที่เก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด แม้เกมรุกจะทำประตูได้ไม่มากนัก แต่ทีมมีความเป็นระเบียบและควบคุมพื้นที่อันตรายได้ดี กุนซือชาวอังกฤษนิยมใช้ระบบ 3-4-2-1 วาง แมทธิว เพนนิงตัน, เอเดน บอลด์วิน และ จอร์จ แพรตต์ เป็นแกนหลักในแนวรับ พร้อมใช้ คอรีย์ โอคีฟฟ์ และ อิบู ตูเรย์ เติมเกมริมเส้น ขณะที่ แอนโทนี ซาร์เซวิช กับ คัลลัม คอนนอลลี รับหน้าที่ควบคุมจังหวะแดนกลาง ส่วน จอร์จ แลปสลีย์, อดัม ฟิลลิปส์ และ เจค บีสลีย์ เป็นทางเลือกสำคัญในการสร้างโอกาสทำประตู จุดที่ต้องระวังคือการขาดผู้เล่นริมเส้นอย่าง จอช นิวฟิลล์ ซึ่งยังฟื้นฟูอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง และ ไทรีก ไรท์ ที่บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ขณะที่ สตีเฟน ฮัมฟรีส์ มีปัญหาบริเวณหลังและต้องรอทดสอบความฟิต สำหรับเกมนี้เจ้าบ้านได้เปรียบทั้งความเหนียวแน่นของแนวรับและสถิติที่เคยเอาชนะคู่แข่งรายนี้ในบ้าน 2-0 ถึงสองครั้งในปี 2569 อย่างไรก็ตาม ดัฟฟ์ อาจมีการหมุนเวียนผู้เล่นบางตำแหน่งเพื่อรักษาความสดก่อนกลับไปลงแข่งขันในลีก
แผนการเล่น : 3-4-2-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : จอช นิวฟิลล์ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังไม่พร้อมลงสนาม), ไทรีก ไรท์ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า ยังพักรักษาอาการบาดเจ็บ), สตีเฟน ฮัมฟรีส์ (ปัญหาบริเวณหลัง ต้องรอทดสอบความฟิต), แซ็ก ฮาดี (มีรายงานบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับอาการและกำหนดกลับมา)
ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด
ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด ของกุนซือ ร็อบบี้ ซาเวจ กำลังพยายามเรียกความมั่นใจกลับคืนมา หลังผลงานในลีกยังไม่สม่ำเสมอ โดยเก็บได้เพียง 10 คะแนนจาก 12 นัด และรั้งอันดับ 21 ของตาราง จุดอ่อนสำคัญคือแนวรับที่เสียไปถึง 21 ประตู โดยเฉพาะเกมเยือนที่เสีย 14 ประตูจาก 7 นัด ล่าสุดบุกเสมอ บรอมลีย์ 1-1 หลังจากก่อนหน้านั้นพ่าย ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ 1-4 อย่างไรก็ตาม ผลงานในฟุตบอลถ้วยถือว่าน่าสนใจ เพราะเคยเอาชนะ วัตฟอร์ด 5-1 และผ่าน บาร์นสลีย์ ด้วยการดวลจุดโทษมาได้ ภายใต้ระบบ 4-2-3-1 ซาเวจ เน้นการเคลื่อนบอลขึ้นหน้าอย่างรวดเร็ว ใช้ เลียม เคลลี่ คุมแดนกลาง พร้อมอาศัยความคล่องตัวของ อีธาน วิลเลียมส์ และ โอวูรา เอ็ดเวิร์ดส์ ในการขึ้นเกมริมเส้น โดยมี แฮร์รี ลีโอนาร์ด เป็นตัวเลือกในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ส่วน เวอร์นอน มาซารา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในแนวรุกหลังเพิ่งทำประตูสำคัญในเกมล่าสุด ด้านความพร้อม ริโอ อเดบิซี, เบน วูดส์ และ แซม ฮิวจ์ส ยังมีปัญหาบาดเจ็บ ขณะที่ แมตต์ การ์เบตต์ มีอาการกระแทกบริเวณหัวเข่าและต้องรอทดสอบความฟิต แม้มีแนวโน้มกลับมามีส่วนร่วมได้ ส่วน จอช ฟีนีย์ ที่ได้รับการพักในเกมลีกนัดล่าสุดมีโอกาสกลับมาเป็นตัวจริง ขณะที่ โธมัส โอคอนเนอร์ กลับมาลงเล่นครบ 90 นาทีแล้วหลังพักรักษาอาการบาดเจ็บนานหลายสัปดาห์ ปัญหาที่ทีมเยือนต้องแก้ไขคือการป้องกันพื้นที่ด้านข้างและช่องว่างระหว่างกองหลังกับกองกลาง เพราะหากปล่อยให้เจ้าบ้านขึ้นเกมได้ต่อเนื่องอาจตกอยู่ภายใต้ความกดดันตลอดการแข่งขัน
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดสำหรับการแข่งขันนัดนี้
ตัวเจ็บ : ริโอ อเดบิซี (ยังไม่พร้อมลงสนามจากอาการบาดเจ็บ), เบน วูดส์ (บาดเจ็บหัวเข่า ยังไม่พร้อมลงสนาม), แซม ฮิวจ์ส (อยู่ระหว่างฟื้นฟูความฟิตจากอาการบาดเจ็บ), แมตต์ การ์เบตต์ (ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกบริเวณหัวเข่า ต้องรอทดสอบความฟิต), จอช ฟีนีย์ (มีปัญหาเอ็นหัวเข่าด้านในก่อนหน้านี้ แต่มีแนวโน้มกลับมามีส่วนร่วม)
ตอกย้ำความมั่นใจ
เกมนี้ แบรดฟอร์ด ซิตี้ ดูมีภาษีเหนือกว่าอย่างชัดเจนจากความแข็งแกร่งของเกมรับและความได้เปรียบในการเล่นที่สนาม วัลเลย์ พาเหรด เจ้าบ้านไม่แพ้ใครมา 11 นัดติดต่อกัน และไม่เสียประตูตลอด 4 เกมล่าสุด สะท้อนถึงความมีวินัยในระบบของ ไมเคิล ดัฟฟ์ ขณะที่ ปีเตอร์โบโร่ ยูไนเต็ด แม้มีเกมรุกที่สามารถสร้างความอันตรายได้จากความเร็วของผู้เล่นริมเส้น แต่ปัญหาเกมรับยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ โดยเฉพาะการเล่นนอกบ้านที่เสียประตูค่อนข้างง่าย เมื่อพิจารณาสถิติการพบกัน 5 นัดล่าสุด แบรดฟอร์ด ชนะ 3 และเสมอ 2 อีกทั้งเคยเปิดบ้านเอาชนะ ปีเตอร์โบโร่ 2-0 มาแล้วสองครั้งในปีนี้ แนวโน้มเกมจึงน่าจะเป็นเจ้าถิ่นที่ครองความได้เปรียบด้านพื้นที่และพยายามสร้างโอกาสจากการขึ้นเกมริมเส้น ขณะที่ทีมเยือนรอโต้กลับด้วยความรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านมีข้อจำกัดเรื่องประสิทธิภาพการจบสกอร์ และการหมุนเวียนนักเตะในฟุตบอลถ้วยอาจทำให้รูปเกมสูสีกว่าที่คาด หาก ปีเตอร์โบโร่ สามารถฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับหรือเล่นลูกตั้งเตะได้ดี ก็มีโอกาสสร้างความลำบากให้เจ้าถิ่น แต่เมื่อชั่งน้ำหนักจากฟอร์มล่าสุด ความแน่นอนของเกมรับ และสถิติการเล่นในบ้านแล้ว ยังมองว่า แบรดฟอร์ด ซิตี้ มีโอกาสเบียดเอาชนะได้มากกว่า โดยมีแนวโน้มเป็นเกมที่ประตูไม่มากนัก และน่าเชียร์เจ้าบ้านมากกว่าเล็กน้อย
แสดงความคิดเห็น