ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน 2-0 เนิร์นแบร์ก
เนิร์นแบร์ก 1-1 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน
เนิร์นแบร์ก 1-4 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน 3-0 เนิร์นแบร์ก
เนิร์นแบร์ก 0-2 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน
ทีเอสจี ฮอฟเฟนไฮม์ 3-0 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน (แพ้)
โอเอฟไอ เครเต้ 0-2 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน (ชนะ)
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน 2-1 ไฟร์บวร์ก (ชนะ)
เลช พอซนาน 0-4 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน (ชนะ)
ไมนซ์ 05 3-4 ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน (ชนะ)
เนิร์นแบร์ก
เนิร์นแบร์ก 0-1 ไกเซอร์สเลาเทิร์น (แพ้)
เอเนอร์กี้ ค็อตบุส 1-1 เนิร์นแบร์ก (เสมอ)
เนิร์นแบร์ก 4-4 โวล์ฟสบวร์ก (เสมอ)
เนิร์นแบร์ก 3-1 อิงโกลสตัดท์ (ชนะ)
คาร์ลสรูห์ 0-1 เนิร์นแบร์ก (ชนะ)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน ภายใต้การคุมทีมของ การ์เลส มาร์ติเนซ กำลังพยายามเรียกความมั่นใจกลับคืนมาหลังบุกแพ้ ฮอฟเฟนไฮม์ 0-3 ในเกมลีกนัดล่าสุด ก่อนหน้านั้นทีมทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการเก็บชัยชนะ 4 นัดติดต่อกันจากทุกรายการ ยิงรวม 12 ประตู สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพเกมรุกที่ยังอันตราย โดยเฉพาะการลงเล่นในบ้านซึ่งชนะเกมลีกทั้ง 3 นัด ยิงได้ 8 ประตู และเสียเพียงประตูเดียว อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือเกมรับที่ยังมีช่วงเสียสมาธิ โดยเฉพาะการรับมือจังหวะเปลี่ยนจากรุกเป็นรับ หลังเสียถึง 6 ประตูจากสองเกมลีกเยือนล่าสุด แนวทางการเล่นคาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 เน้นการครองบอลและสร้างเกมจากแดนกลางผ่าน อเล็กซ์ การ์เซีย กับ เอเซเกล เฟร์นานเดซ พร้อมอาศัยความเร็วของ มุสซ่า ดิยาบี้ และ นาธาน เทลล่า โจมตีพื้นที่ริมเส้น โดยมี อิบราฮิม มาซ่า ช่วยสร้างสรรค์โอกาสให้ พาทริค ชิค ที่ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า ส่วนแนวรับมี เอ็ดม็องด์ ตัปโซบา และ จาเรลล์ ควอนซาห์ เป็นกำลังสำคัญ ด้านสภาพทีมยังมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย ทั้ง มาร์แต็ง แตร์ริเยร์, เกล่า ดูเอ้, เอลีส เบน เซกีร์, คริสเตียน โคฟาเน่ และ มอนเทรลล์ คัลเบรธ ขณะที่ เคนเน็ต ไอค์ฮอร์น มีรายงานปัญหาสุขภาพและต้องรอประเมินความพร้อมอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการบริหารความสดของผู้เล่น เนื่องจากมีโปรแกรมลีกพบ สตุ๊ตการ์ต รออยู่หลังเกมถ้วยเพียงไม่กี่วัน จึงมีความเป็นไปได้ที่ทีมจะหมุนเวียนผู้เล่นบางตำแหน่ง แต่ด้วยคุณภาพขุมกำลังและความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านยังถือว่าเหนือกว่าคู่แข่งค่อนข้างชัดเจน
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : มาร์แต็ง แตร์ริเยร์ (บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังไม่พร้อมลงสนาม), เกล่า ดูเอ้ (บาดเจ็บน่อง ยังมีรายงานว่าพักรักษาตัว), เอลีส เบน เซกีร์ (บาดเจ็บกล้ามเนื้อ ยังไม่พร้อมลงสนาม), คริสเตียน โคฟาเน่ (บาดเจ็บต้นขา ยังไม่พร้อมลงสนาม), มอนเทรลล์ คัลเบรธ (มีรายงานบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับตำแหน่งและระยะเวลาพัก), เคนเน็ต ไอค์ฮอร์น (มีรายงานอาการป่วย ต้องรอทดสอบความฟิต)
เนิร์นแบร์ก
เนิร์นแบร์ก ของกุนซือ มิโรสลาฟ โคลเซ่ กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญเมื่อต้องบุกเยือนทีมจากลีกสูงสุด แม้ภาพรวมฤดูกาลนี้จะทำผลงานได้ดีด้วยการรั้งอันดับ 2 ของลีกา 2 เยอรมัน หลังลงสนาม 9 นัด เก็บได้ 18 คะแนน แต่ฟอร์มช่วงหลังเริ่มสะดุดอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ชนะใครตลอด 3 นัดหลังสุดในลีก และเพิ่งเปิดบ้านแพ้ ไกเซอร์สเลาเทิร์น 0-1 อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของทีมคือผลงานนอกบ้านที่ยังไม่แพ้ในลีกฤดูกาลนี้จาก 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 2 พร้อมยิงได้ 8 ประตู ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเล่นเกมเยือนและการฉวยโอกาสจากจังหวะสวนกลับ ระบบการเล่นคาดว่าจะใช้ 4-2-3-1 โดยมี อดัม มาร์คีเยฟ และ ราฟาเอล ลูบัค เป็นกำลังสำคัญในแดนกลาง ขณะที่ ยูเลียน ยุสต์วาน รับบทสร้างสรรค์เกมรุก สนับสนุนการเข้าทำของ รายาน กรีบ และ พีต สโกเบล ซึ่งต้องอาศัยความรวดเร็วในการโจมตีพื้นที่หลังแนวรับเจ้าถิ่น ประเด็นสำคัญคือการรักษาระยะห่างระหว่างแผงมิดฟิลด์กับแนวรับ เพราะหากปล่อยให้ เลเวอร์คูเซิน ครองพื้นที่ระหว่างไลน์ได้ง่ายอาจต้องรับแรงกดดันต่อเนื่อง ส่วนความพร้อมของทีมยังมีรายงานอาการบาดเจ็บของ อาเดรียโน่ กริมัลดี้, ฟินน์ โอเล่ เบ็คเกอร์, มิกายิล ฟาย, คริสเตียน มันดิช และ โมฮาเหม็ด อาลี โซม่า โดยยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่าทุกรายกลับมาซ้อมเต็มรูปแบบแล้วหรือไม่ จึงต้องติดตามความพร้อมก่อนแข่งขันอีกครั้ง เกมนี้คาดว่า โคลเซ่ จะเน้นความรัดกุมเป็นพิเศษ และพยายามใช้จังหวะสวนกลับกับลูกตั้งเตะเป็นอาวุธหลักในการสร้างโอกาสทำประตู
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : อาเดรียโน่ กริมัลดี้, ฟินน์ โอเล่ เบ็คเกอร์, มิกายิล ฟาย, คริสเตียน มันดิช และ โมฮาเหม็ด อาลี โซม่า (มีรายงานบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับอาการเฉพาะจุดและการกลับมาซ้อมเต็มรูปแบบ)
ตอกย้ำความมั่นใจ
เกมเดเอ็ฟเบ-โพคาลคู่นี้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน ยังเป็นฝ่ายถือความได้เปรียบจากคุณภาพผู้เล่น ประสบการณ์ในลีกสูงสุด และการได้ลงสนามต่อหน้าแฟนบอลของตัวเอง แม้เพิ่งสะดุดแพ้ ฮอฟเฟนไฮม์ มาอย่างหนัก แต่ผลงานก่อนหน้านั้นแสดงให้เห็นถึงเกมรุกที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการเข้าทำจากริมเส้นและการประสานงานบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ขณะที่ เนิร์นแบร์ก แม้จะเป็นทีมจากลีกระดับรอง แต่มีสถิติเกมเยือนที่แข็งแกร่งและสามารถสร้างปัญหาให้คู่แข่งจากจังหวะสวนกลับได้เช่นกัน เมื่อพิจารณาผลการพบกัน 5 นัดหลังสุด เลเวอร์คูเซิน ไม่เคยแพ้และเก็บชัยชนะได้ถึง 4 นัด อีกทั้งยังมีความได้เปรียบด้านความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย อย่างไรก็ตาม เกมรับของเจ้าถิ่นที่เสียประตูค่อนข้างมากในบางนัดยังเป็นจุดที่ต้องระวัง โดยเฉพาะหากหมุนเวียนผู้เล่นมากเกินไป ภาพรวมคาดว่าเจ้าบ้านจะเป็นฝ่ายครองบอลและเดินหน้ากดดันตั้งแต่ต้นเกม ส่วนทีมเยือนจะถอยลงมารักษาพื้นที่และรอโอกาสสวนกลับ หาก เลเวอร์คูเซิน ทำประตูขึ้นนำได้เร็ว เกมมีโอกาสเปิดกว้างมากขึ้น และด้วยความหลากหลายของแนวรุกน่าจะสามารถสร้างโอกาสทำประตูได้ต่อเนื่อง แม้ เนิร์นแบร์ก มีโอกาสยิงประตูจากความผิดพลาดของแนวรับเจ้าถิ่น แต่ท้ายที่สุดยังมองว่าทีมจากลีกสูงสุดมีความครบเครื่องมากกว่า และน่าจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้สำเร็จ เกมนี้จึงให้น้ำหนักเชียร์ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซิน มากกว่าเล็กน้อย โดยคาดว่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยจากความเฉียบขาดในเกมรุก
แสดงความคิดเห็น