ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบลีกเฟส
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 23.45 น.
สนามแข่งขัน : เอสตาดิโอ ดร. มากัลเญส เปสโซอา
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
ทั้งสองทีมยังไม่เคยพบกันในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
เอสซี ยูเนี่ยน ตอรเรียนเซ่
ซีดี ทอนเดลา 1-0 เอสซี ยูเนี่ยน ตอรเรียนเซ่ (แพ้)
ลีลล์สตรอม 1-2 เอสซี ยูเนี่ยน ตอรเรียนเซ่ (ชนะ)
เอสซี ยูเนี่ยน ตอรเรียนเซ่ 0-0 ไลซอส (เสมอ)
เอสแอล เบนฟิก้า บี 0-2 เอสซี ยูเนี่ยน ตอรเรียนเซ่ (ชนะ)
เอสซี ยูเนี่ยน ตอรเรียนเซ่ 0-3 วิเซล่า (แพ้)
ซันเดอร์แลนด์
ซันเดอร์แลนด์ 0-2 ไบรท์ตัน โฮฟ อัลเบี้ยน (แพ้)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5-3 ซันเดอร์แลนด์ (แพ้)
ซันเดอร์แลนด์ 1-0 อาแซด อัลค์มาร์ (ชนะ)
ซันเดอร์แลนด์ 0-2 อาร์เซน่อล (แพ้)
ซันเดอร์แลนด์ 1-0 ฮัลล์ ซิตี้ (ชนะ)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
เอสซี ยูเนี่ยน ตอรเรียนเซ่
เอสซี ยูเนี่ยน ตอรเรียนเซ่ สโมสรจากลีกรองโปรตุเกส ภายใต้การคุมทีมของ หลุยส์ ตราลเญา เตรียมลงเล่นฟุตบอลยุโรปนัดที่สองหลังประเดิมสนามด้วยผลงานยอดเยี่ยม บุกเอาชนะ ลีลล์สตรอม 2-1 แม้ผลงานในลีกยังไม่น่าประทับใจ โดยเก็บได้เพียง 6 คะแนนจาก 7 นัด รั้งอันดับ 15 ของตาราง และเพิ่งบุกแพ้ ทอนเดลา 0-1 แต่เกมยุโรปแสดงให้เห็นว่าทีมชุดนี้มีความสามารถในการเล่นเกมสวนกลับและใช้โอกาสได้อย่างมีประสิทธิภาพ จุดน่าสนใจอยู่ที่การประสานงานระหว่าง อามีน อูดริรี กับ อเลฮานโดร อัลฟาโร ในแดนกลาง ซึ่งต้องรับหน้าที่ตัดเกมและเชื่อมบอลไปยังแนวรุก โดยมี ดานี่ ฌอง และ มาลิค อาบูบาการี เป็นตัวเลือกสำคัญในการโจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม ปัญหาหลักคือผลงานในบ้านที่ยังไม่ชนะใครจาก 3 นัดในลีก เสียไปถึง 5 ประตู และการต้องย้ายมาใช้สนามในเมืองเลเรียแทนสนามเหย้าประจำสโมสร ทำให้ความได้เปรียบด้านความคุ้นเคยลดลงพอสมควร ด้านขุมกำลัง นูฮา ยัตตา ติดโทษแบนจากการถูกไล่ออกในเกมยุโรปนัดเปิดสนาม ส่งผลให้ตัวเลือกในการหมุนเวียนแนวรุกลดลง ส่วนผู้เล่นตัวหลักรายอื่นยังไม่มีรายงานการบาดเจ็บเพิ่มเติมที่ได้รับการยืนยันล่าสุด เกมนี้จึงคาดว่าจะเน้นความรัดกุมในแดนกลางและรอจังหวะโต้กลับมากกว่าการเปิดเกมแลกกับคู่แข่งที่มีคุณภาพเหนือกว่า
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : นูฮา ยัตตา (ใบแดงในเกมยูโรปาลีกนัดก่อน)
ตัวเจ็บ : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่ามีผู้เล่นบาดเจ็บเพิ่มเติม
ซันเดอร์แลนด์
ซันเดอร์แลนด์ ของกุนซือ เรจิส เลอ บริส เดินทางมาเยือนโปรตุเกสด้วยเป้าหมายเก็บชัยชนะต่อเนื่องในศึกยูโรปาลีก หลังเปิดสนามเอาชนะ อาแซด อัลค์มาร์ 1-0 จากประตูของ เอ็นโซ เลอ เฟ อย่างไรก็ตาม ฟอร์มในพรีเมียร์ลีกกลับสวนทางกันอย่างชัดเจน โดยแพ้ไปถึง 4 จาก 6 นัดแรก และล่าสุดเปิดบ้านพ่าย ไบรท์ตัน 0-2 สะท้อนปัญหาทั้งประสิทธิภาพในการเข้าทำและความมั่นคงในเกมรับ โดยเฉพาะจังหวะเปลี่ยนจากรุกเป็นรับที่ยังถูกคู่แข่งเล่นงานบ่อยครั้ง เกมนี้คาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมี กรานิต ชาก้า เป็นแกนหลักในการควบคุมจังหวะร่วมกับ โนอาห์ ซาดิกี้ ขณะที่ เอ็นโซ เลอ เฟ จะรับบทสร้างสรรค์เกมรุกและหาพื้นที่จ่ายบอลทะลุแนวรับ ส่วน วิลสัน อิซิดอร์ มีโอกาสเป็นกองหน้าตัวเป้าหาก ไบรอัน บร็อบบี้ ยังไม่สามารถกลับมาช่วยทีมได้ ความพร้อมยังมีข้อจำกัดจากอาการบาดเจ็บของ ฮาบิบ ดิยาร์ร่า บริเวณกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง และ โรเมน มันเดิล ที่มีปัญหาบริเวณหัวเข่า ขณะที่ บร็อบบี้ มีปัญหากล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังเช่นกัน ส่วน ดาเนียล บัลลาร์ด และ โธมัส มูนิเยร์ มีรายงานความกังวลด้านสภาพร่างกาย แต่ยังต้องรอการยืนยันความพร้อมก่อนแข่งขัน ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือโปรแกรมพรีเมียร์ลีกที่ต้องออกไปเยือน บอร์นมัธ ในอีกสามวันถัดมา ทำให้มีความเป็นไปได้ที่กุนซือจะหมุนเวียนผู้เล่นบางตำแหน่ง ถึงกระนั้นคุณภาพของแดนกลางและความสามารถในการครองบอลยังเป็นจุดที่ซันเดอร์แลนด์ได้เปรียบเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่ามีผู้เล่นติดโทษแบนสำหรับนัดนี้
ตัวเจ็บ : ไบรอัน บร็อบบี้ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังไม่มีการยืนยันว่าพร้อมกลับลงสนาม), ฮาบิบ ดิยาร์ร่า (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังไม่พร้อมลงสนาม), โรเมน มันเดิล (หัวเข่า ยังไม่พร้อมลงสนาม), ดาเนียล บัลลาร์ด และ โธมัส มูนิเยร์ (มีรายงานปัญหาความฟิต ต้องรอการยืนยันสถานะล่าสุด)
ตอกย้ำความมั่นใจ
แม้ เอสซี ยูเนี่ยน ตอรเรียนเซ่ จะสร้างความประหลาดใจด้วยการคว้าชัยชนะในเกมยุโรปนัดแรก แต่เมื่อพิจารณาคุณภาพขุมกำลัง ประสบการณ์การแข่งขันระดับสูง และรูปแบบการเล่นโดยรวม ยังมองว่า ซันเดอร์แลนด์ มีภาษีเหนือกว่าค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะแดนกลางที่มี กรานิต ชาก้า และ เอ็นโซ เลอ เฟ ซึ่งสามารถควบคุมจังหวะและสร้างโอกาสจากการจ่ายบอลแนวลึกได้ดี อย่างไรก็ตาม ฟอร์มช่วงหลังของทีมเยือนยังไม่น่าไว้วางใจ โดยเสียไป 12 ประตูจาก 6 นัดในพรีเมียร์ลีก ขณะที่เจ้าถิ่นมีจุดแข็งเรื่องความมุ่งมั่นและเกมสวนกลับที่เคยสร้างปัญหาให้ลีลล์สตรอมมาแล้ว อีกทั้งซันเดอร์แลนด์อาจต้องปรับแนวรุกจากปัญหาความพร้อมของผู้เล่นสำคัญ ทำให้โอกาสที่จะบุกมาชนะแบบขาดลอยไม่ได้สูงนัก จุดตัดสินเกมน่าจะอยู่ที่ความสามารถในการครองบอลและการเจาะแนวรับของทีมเยือน หาก ซันเดอร์แลนด์ สามารถขึ้นนำก่อนจะมีโอกาสควบคุมเกมได้มากขึ้น แต่หากเจ้าถิ่นตั้งรับอย่างมีวินัยและฉวยโอกาสจากความผิดพลาดของคู่แข่งได้ เกมอาจสูสีจนถึงช่วงท้าย เมื่อชั่งน้ำหนักทุกปัจจัยแล้ว ยังให้น้ำหนักกับ ซันเดอร์แลนด์ มากกว่าเล็กน้อย ด้วยคุณภาพนักเตะและทางเลือกในการปรับแท็กติกที่เหนือกว่า คาดว่าจะเป็นฝ่ายบุกมาเก็บชัยชนะได้แบบไม่ง่ายนัก

แสดงความคิดเห็น