ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบลีกเฟส
วันที่ 23 ตุลาคม 2569 (คืนวันพฤหัสบดี) เวลา 02.00 น.
สนามแข่งขัน : อาราเซน สตาดิโอน
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
ไม่พบข้อมูลการพบกันย้อนหลังระหว่างทั้งสองทีม
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
ลีลล์สตรอม
ซานเดฟยอร์ด 0-2 ลีลล์สตรอม (ชนะ)
สปาร์ตา ปราก 1-1 ลีลล์สตรอม (เสมอ)
ลีลล์สตรอม 2-2 โมลด์ (เสมอ)
แบรัม เอสเค 1-5 ลีลล์สตรอม (ชนะ)
ไวกิ้ง เอฟเค 3-0 ลีลล์สตรอม (แพ้)
เรอัล โซเซียดาด
มาลาก้า 2-5 เรอัล โซเซียดาด (ชนะ)
แซงต์ กิลลุส 1-1 เรอัล โซเซียดาด (เสมอ)
เรอัล โซเซียดาด 3-2 เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า (ชนะ)
เรอัล โซเซียดาด 0-1 แอธเลติก บิลเบา (แพ้)
บาเลนเซีย 2-3 เรอัล โซเซียดาด (ชนะ)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
ลีลล์สตรอม
ลีลล์สตรอม ภายใต้การคุมทีมของ ฮันส์ เอริก โอเดการ์ด กำลังเรียกความมั่นใจกลับมาได้ดี หลังไม่แพ้ใครตลอด 4 นัดหลังสุดในทุกรายการ โดยเก็บชัยชนะ 2 นัดและเสมอ 2 นัด ผลงานล่าสุดบุกชนะ ซานเดฟยอร์ด 2-0 ขณะที่เกมยุโรปนัดก่อนสามารถบุกแบ่งแต้ม สปาร์ตา ปราก 1-1 ทำให้มี 1 คะแนนจาก 2 นัดแรกในรอบลีกเฟส จุดเด่นของเจ้าบ้านอยู่ที่ความแข็งแกร่งในจังหวะเข้าปะทะและการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว คาดว่าจะใช้ระบบ 4-3-3 โดยมี โทมัส เลห์เน่ โอลเซ่น เป็นศูนย์หน้าตัวเป้าที่คอยพักบอลและจบสกอร์ พร้อมใช้ความเร็วของ วลาดิมิโร่ เอ็ทซอน อันโตนิโอ เฟลิกซ์ โจมตีพื้นที่ด้านข้าง ขณะที่แดนกลางฝากความหวังไว้กับ ยิลเดรน อิบราฮิมาย, ฟิลิป ออตโตสสัน และ เฮนริก เมลลันด์ ในการตัดเกมและเชื่อมจังหวะสวนกลับ อย่างไรก็ตาม แนวรับยังมีปัญหาความสม่ำเสมอ โดยเสียถึง 10 ประตูจาก 6 นัดหลังสุดในลีก อีกทั้งการเจอคู่แข่งที่เคลื่อนบอลรวดเร็วอาจทำให้พื้นที่ระหว่างกองหลังกับกองกลางเปิดกว้าง ส่วนความพร้อมต้องติดตาม เอสเพน การ์นาส, คามิล เยบาร่า และ ลีนุส อัลเพรุด ซึ่งเคยมีรายงานปัญหาบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่าทั้งหมดกลับมาสมบูรณ์สำหรับเกมนี้หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมลีกกับ บรานน์ รออยู่หลังจบเกมยุโรปเพียงไม่กี่วัน จึงอาจต้องบริหารสภาพร่างกายของนักเตะบางตำแหน่ง
แผนการเล่น : 4-3-3
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : เอสเพน การ์นาส (เคยมีรายงานบาดเจ็บเข่า), คามิล เยบาร่า (เคยมีรายงานบาดเจ็บขาหนีบ), ลีนุส อัลเพรุด (เคยมีรายงานบาดเจ็บต้นขา) ทั้งสามรายยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับความพร้อมสำหรับนัดนี้
เรอัล โซเซียดาด
เรอัล โซเซียดาด ของกุนซือ เปลเลกริโน่ มาตาราซโซ่ กำลังอยู่ในช่วงที่เกมรุกมีความมั่นใจสูง หลังบุกถล่ม มาลาก้า 5-2 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ตลอด 5 นัดหลังสุดจากข้อมูลการแข่งขันเก็บชัยชนะได้ 3 นัด เสมอ 1 นัด และแพ้ 1 นัด โดยเฉพาะผลงานในลีกที่ขยับขึ้นมาอยู่กลุ่มบนของตาราง แม้เส้นทางยูโรปาลีกยังไม่ราบรื่นนัก หลังเก็บได้เพียง 1 คะแนนจาก 2 นัดแรกก็ตาม ทีมเยือนคาดว่าจะใช้ระบบ 4-4-2 โดยมี มิเกล โอยาร์ซาบัล เป็นแกนหลักในเกมรุก ประสานงานกับ ออร์รี่ ออสการ์สสัน และใช้ความคล่องตัวของ ทาเคฟุสะ คุโบะ กับ อันเดร์ บาร์เรเนตเชีย สร้างความแตกต่างริมเส้น ขณะที่ การ์ลอส โซเลร์ และ ยอน กอร์รอตชาเตกี มีบทบาทสำคัญในการควบคุมจังหวะตรงกลางสนาม จุดแข็งคือการเคลื่อนบอลขึ้นหน้าได้หลากหลายและมีผู้เล่นหลายคนสอดขึ้นมาจบสกอร์ ซึ่งเห็นได้จากเกมล่าสุดที่ โอยาร์ซาบัล ทำสองประตูและ คุโบะ กลับมาทำประตูได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เกมรับยังเป็นจุดที่ต้องปรับปรุง หลังเสีย 17 ประตูจาก 9 นัดในลีก โดยเฉพาะการป้องกันจังหวะสวนกลับและพื้นที่ด้านข้าง ความพร้อมล่าสุด เฮคเตอร์ ฟอร์ต กลับมาฝึกซ้อมร่วมกับทีมและได้ลงสนามแล้ว ส่วน อิกอร์ ซูเบลเดีย ก็กลับมามีส่วนร่วมกับการแข่งขัน ขณะที่ อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า ยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้เข่า และ จอน อารัมบูรู มีปัญหากล้ามเนื้อน่องขวา ซึ่งยังต้องรอข้อมูลยืนยันความพร้อมสำหรับนัดนี้ นอกจากนี้โปรแกรมที่ถี่ทั้งฟุตบอลลีกและยุโรปอาจทำให้ มาตาราซโซ่ พิจารณาหมุนเวียนผู้เล่นบางตำแหน่ง แต่ด้วยคุณภาพขุมกำลังและประสิทธิภาพการเข้าทำ ทีมเยือนยังมีศักยภาพเหนือกว่าเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน
แผนการเล่น : 4-4-2
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดสำหรับการแข่งขันนัดนี้
ตัวเจ็บ : อัลบาโร่ โอดริโอโซล่า (บาดเจ็บเอ็นไขว้เข่า อยู่ระหว่างฟื้นฟูและยังไม่พร้อมลงสนาม), จอน อารัมบูรู (บาดเจ็บกล้ามเนื้อน่องขวา ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับการกลับมาลงสนาม)
ตอกย้ำความมั่นใจ
การพบกันครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งสองทีมที่ต่างต้องการชัยชนะนัดแรกในรอบลีกเฟส โดย ลีลล์สตรอม ได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและกำลังมีความมั่นใจหลังไม่แพ้มา 4 นัดติดต่อกัน จุดที่น่าจับตามองคือการตั้งรับอย่างมีระเบียบแล้วใช้บอลยาวหรือจังหวะสวนกลับเข้าหา โทมัส เลห์เน่ โอลเซ่น ซึ่งอาจสร้างปัญหาให้แนวรับทีมเยือนที่เสียประตูค่อนข้างง่าย อย่างไรก็ตาม เรอัล โซเซียดาด มีความหลากหลายในเกมรุกมากกว่า โดยเฉพาะการประสานงานของ มิเกล โอยาร์ซาบัล, ทาเคฟุสะ คุโบะ และ การ์ลอส โซเลร์ ที่สามารถเจาะแนวรับได้ทั้งจากริมเส้นและพื้นที่ระหว่างกองหลัง อีกทั้งฟอร์มเกมเยือนในลีกของทีมจากสเปนถือว่าน่าสนใจ หลังชนะ 3 จาก 5 นัด และยิงได้ถึง 12 ประตู ปัจจัยที่อาจทำให้เกมสูสีคือความเหนื่อยล้าจากโปรแกรมแข่งขันต่อเนื่อง รวมถึงปัญหาความแน่นอนในแนวรับของทีมเยือน แต่เมื่อพิจารณาคุณภาพผู้เล่น จังหวะเข้าทำ และความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายแล้ว ยังเชื่อว่า เรอัล โซเซียดาด มีโอกาสควบคุมเกมและสร้างโอกาสจบสกอร์ได้มากกว่า แม้เจ้าถิ่นอาจมีช่วงเวลาที่ตอบโต้ได้อันตรายก็ตาม ดังนั้นเกมนี้ให้น้ำหนักไปที่ เรอัล โซเซียดาด บุกมาเก็บชัยชนะได้แบบต้องออกแรงพอสมควร
แสดงความคิดเห็น