ยูฟ่า ยูโรปาลีก รอบลีกเฟส
วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เวลา 23.45 น.
สนามแข่งขัน : แอฟาส สตาดิโอน
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
ยังไม่มีข้อมูลการพบกันย้อนหลังระหว่างทั้งสองทีม
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
อาแซด อัลค์มาร์
เฟเยนูร์ด 2-0 อาแซด อัลค์มาร์ (แพ้)
อาแซด อัลค์มาร์ 1-0 เทลสตาร์ (ชนะ)
ซันเดอร์แลนด์ 1-0 อาแซด อัลค์มาร์ (แพ้)
อาแซด อัลค์มาร์ 1-1 วิลเล่ม ทเว (เสมอ)
ฮีเรนวีน 2-3 อาแซด อัลค์มาร์ (ชนะ)
ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า
ไอรอนี่ ทิเบเรียส 0-2 ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า (ชนะ)
ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า 1-0 ฮาโปเอล เคอร์ยัต ชโมน่า (ชนะ)
ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า 0-0 ดินาโม ซาเกร็บ (เสมอ)
ฮาโปเอล เพตาห์ ทิควา 0-2 ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า (ชนะ)
ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า 1-4 มัคคาบี้ เทลอาวีฟ (แพ้)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
อาแซด อัลค์มาร์
อาแซด อัลค์มาร์ ภายใต้การคุมทีมของ เลรอย เอคเทลด์ กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ต้องเรียกความมั่นใจกลับคืนมา หลังบุกพ่าย เฟเยนูร์ด 0-2 ในนัดล่าสุด และก่อนหน้านั้นเปิดฉากยูโรปาลีกด้วยการแพ้ ซันเดอร์แลนด์ 0-1 ทำให้ผลงาน 5 นัดหลังสุดชนะเพียง 2 เกม อย่างไรก็ตาม ภาพรวมในลีกยังแข็งแกร่งจากการเก็บ 19 คะแนนใน 8 นัด โดยเฉพาะเกมเหย้าที่ชนะ 3 เสมอ 1 และยิงได้ 9 ประตูจาก 4 นัด จุดเด่นอยู่ที่การครองบอลและการโจมตีริมเส้น ซึ่งคาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมี ยอร์ดี้ คลาซี ประสานงานกับ เพียร์ คูปไมเนอร์ส คุมจังหวะกลางสนาม ขณะที่ คาลวิน สเตงส์ มีบทบาทสำคัญในการสร้างสรรค์เกมรุกแทน คีส สมิต ที่มีปัญหาบาดเจ็บ ส่วน อายูบ อุฟคีร์ และ โร-ซานเจโล ดาล เป็นตัวเลือกในการโจมตีด้านข้างเพื่อสนับสนุน เม็กซ์ เมียร์ดิงค์ ในแดนหน้า ประเด็นที่ต้องปรับปรุงคือประสิทธิภาพจังหวะสุดท้าย หลังสองเกมที่แพ้ไม่สามารถทำประตูได้ แม้จะมีโอกาสขึ้นเกมบุกอยู่หลายครั้ง ด้านความพร้อมยังมี สไตย์ เรซิงค์ ที่มีปัญหาบาดเจ็บหัวเข่า และ ยิซซ์ ฮอร์นคัมป์ ซึ่งอยู่ระหว่างฟื้นตัว ขณะที่ เมียร์ดิงค์ มีรายงานปัญหาน่องเล็กน้อยก่อนเกมลีกนัดที่ผ่านมา แต่สามารถกลับมาลงสนามได้แล้ว จึงต้องติดตามสภาพร่างกายก่อนการแข่งขันอีกครั้ง
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ฮอบี้ เวอร์ฮุลสต์ มีรายชื่อถูกระบุว่าติดโทษแบน แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่าโทษมีผลกับการแข่งขันนัดนี้
ตัวเจ็บ : คีส สมิต (มีปัญหาบาดเจ็บและคาดว่ายังไม่พร้อมลงสนาม), สไตย์ เรซิงค์ (บาดเจ็บหัวเข่า ยังอยู่ระหว่างพักฟื้น), ยิซซ์ ฮอร์นคัมป์ (อยู่ระหว่างฟื้นตัว ยังไม่มีข้อมูลยืนยันวันกลับมาลงสนาม)
ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า
ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า ของกุนซือ ราน โคซุค กำลังอยู่ในช่วงที่ผลงานค่อนข้างมั่นคง หลังเก็บชัยชนะ 3 จาก 4 นัดหลังสุด และเพิ่งบุกชนะ ไอรอนี่ ทิเบเรียส 2-0 ทำให้มีความมั่นใจก่อนเดินทางมาเยือนเนเธอร์แลนด์ จุดแข็งของทีมอยู่ที่เกมนอกบ้านในลีกซึ่งชนะรวดทั้ง 3 นัด ยิงได้ 6 ประตูและเสียเพียงลูกเดียว อย่างไรก็ตาม ผลงานในเวทียุโรปยังต้องพิสูจน์ตัวเอง โดยเกมแรกเสมอ ดินาโม ซาเกร็บ 0-0 แม้ครองบอลได้มาก แต่เปลี่ยนโอกาสให้เป็นจังหวะยิงตรงกรอบได้ค่อนข้างน้อย คาดว่าจะวางระบบ 4-3-3 เน้นความรัดกุมในแดนกลางและรอโต้กลับ โดยมี โอฟีร์ มาร์เซียโน่ เฝ้าเสา พร้อม มิเกล วิตอร์ เป็นแกนหลักในแนวรับ ส่วน อามันควาห์ ฟอร์สัน และ โมฮัมเหม็ด คานาอัน มีหน้าที่ขับเคลื่อนเกมกลางสนาม ขณะที่ จาวอน อีสต์ และ อิกอร์ ซลาตาโนวิช เป็นตัวเลือกสำคัญในการจบสกอร์ ความพร้อมยังมีประเด็นต้องติดตามเกี่ยวกับ แดน บิตอน และ ลูกัส เวนตูร่า ซึ่งมีรายงานปัญหาสภาพร่างกาย โดยรายหลังกลับมามีส่วนร่วมในเกมลีกล่าสุดแล้ว ส่วน อิไต ร็อตแมน มีข้อมูลความฟิตที่แตกต่างกันระหว่างรายงาน จึงยังไม่สามารถยืนยันความพร้อมเต็มร้อยได้ ขณะที่ โยอัน สโตยานอฟ ไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีผู้เล่นยูโรปาลีกของสโมสร ทำให้ไม่สามารถใช้งานในรายการนี้ได้
แผนการเล่น : 4-3-3
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันโทษแบนสำหรับนัดนี้ โดย โยอัน สโตยานอฟ ไม่ได้ลงทะเบียนในรายการยูโรปาลีก
ตัวเจ็บ : แดน บิตอน (มีรายงานบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันอาการและสถานะล่าสุด), อิไต ร็อตแมน (มีรายงานปัญหาหัวเข่า ต้องรอทดสอบความฟิต), ลูกัส เวนตูร่า (มีรายงานบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง แต่กลับมามีส่วนร่วมในเกมลีกแล้ว), อิกอร์ ซลาตาโนวิช (มีรายงานปัญหาบริเวณขาหนีบ ต้องรอประเมินความฟิต)
ตอกย้ำความมั่นใจ
แม้ผลงานช่วงหลังของ ฮาโปเอล เบียร์ เชว่า จะดูดีกว่า แต่เมื่อพิจารณาคุณภาพเกมรุก ความได้เปรียบจากการเล่นในบ้าน และความสามารถในการสร้างโอกาสของ อาแซด อัลค์มาร์ ยังมองว่าเจ้าถิ่นมีภาษีเหนือกว่าพอสมควร รูปเกมน่าจะเป็น อาแซด ที่ครองบอลบุกเข้าใส่และพยายามใช้ความเร็วจากริมเส้นสร้างความแตกต่าง ขณะที่ทีมเยือนจะถอยตั้งรับเป็นระเบียบแล้วอาศัยการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกเล่นงานพื้นที่ด้านหลังแนวรับเจ้าบ้าน จุดตัดสินสำคัญอยู่ที่แดนกลาง หาก คลาซี และ คูปไมเนอร์ส ควบคุมจังหวะได้ตามต้องการ เจ้าถิ่นจะมีโอกาสสร้างความกดดันอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การขาดความเฉียบคมของ อาแซด ในช่วงหลัง รวมถึงเกมรับนอกบ้านที่แข็งแกร่งของทีมเยือน อาจทำให้การแข่งขันไม่ได้ขาดลอยอย่างที่คาด ความเห็นจากการวิเคราะห์ภาพรวมมีแนวโน้มสนับสนุนเจ้าถิ่น แต่ยังมีความแตกต่างกันเรื่องโอกาสชนะด้วยระยะห่างหลายประตู เมื่อชั่งน้ำหนักจากผลงานจริงและสภาพขุมกำลังแล้ว เชื่อว่า อาแซด อัลค์มาร์ มีโอกาสกลับมาเก็บชัยชนะได้มากกว่า โดยต้องระวังเกมสวนกลับของคู่แข่งเป็นพิเศษ เลือกเชียร์ อาแซด อัลค์มาร์ ที่น่าจะอาศัยความได้เปรียบในบ้านเบียดคว้าสามคะแนนสำคัญไปครอง

แสดงความคิดเห็น