กัลโช่ เซเรีย บี อิตาลี
วันที่ 28 ตุลาคม 2569 (คืนวันอังคาร) เวลา 02.00 น.
สนามแข่งขัน : โอโรเจล สเตเดี้ยม ดิโน่ มานุซซี่
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
เอ็มโปลี 1-1 เชเซน่า
เชเซน่า 0-1 เอ็มโปลี
เชเซน่า 2-3 เอ็มโปลี
เอ็มโปลี 5-3 เชเซน่า
เอ็มโปลี 1-1 เชเซน่า
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
เชเซน่า
โมเดน่า 3-0 เชเซน่า (แพ้)
เชเซน่า 1-1 อเวลลิโน่ (เสมอ)
เบเนเวนโต้ 2-0 เชเซน่า (แพ้)
ยูเว่ สตาเบีย 1-1 เชเซน่า (เสมอ)
เชเซน่า 2-2 เครโมเนเซ่ (เสมอ)
เอ็มโปลี
เอ็มโปลี 0-2 วิเชนซ่า (แพ้)
อัสโคลี่ 1-1 เอ็มโปลี (เสมอ)
เอ็มโปลี 2-4 ปาแลร์โม่ (แพ้)
โมเดน่า 2-1 เอ็มโปลี (แพ้)
เอ็มโปลี 0-1 อาเรสโซ่ (แพ้)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
เชเซน่า
เชเซน่า ภายใต้การคุมทีมของ อเลสซานโดร ดิอามันติ กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก หลังเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียวจาก 8 เกมลีก มี 8 คะแนน รั้งอันดับ 15 ของตาราง ผลงาน 5 นัดหลังสุดเสมอ 3 แพ้ 2 โดยเกมล่าสุดบุกพ่าย โมเดน่า 0-3 ปัญหาสำคัญคือเกมรับที่เสียประตูต่อเนื่อง ขณะที่เกมรุกยังขาดความเฉียบคมในการเปลี่ยนโอกาสเป็นประตู อย่างไรก็ตาม ผลงานในบ้านยังมีจุดแข็งตรงที่ไม่แพ้ใครจาก 4 นัดแรก แม้จะจบด้วยผลเสมอทั้งหมดก็ตาม ด้านความพร้อมคาดว่าจะใช้ระบบ 4-4-2 โดยมี คริสเตียน ชเพนดี เป็นความหวังหลักในการจบสกอร์ หลังทำไปแล้ว 6 ประตูในลีก พร้อมอาศัยการขับเคลื่อนเกมแดนกลางของ ดิมิตรี บิโซลิ และ มัตเตโอ ฟรานเชสโคนี ส่วนแนวรับมี อันเดรอา โชฟี เป็นกำลังสำคัญ สิ่งที่ต้องปรับปรุงคือการป้องกันพื้นที่ระหว่างแนวรับกับแดนกลาง รวมถึงการรับมือจังหวะเปลี่ยนเกมเร็ว สำหรับปัญหาตัวผู้เล่น อันโตนิโอ ฟิโอรี หมดสิทธิ์ลงสนามจากใบแดงโดยตรงในเกมพบโมเดน่า ขณะที่ โจนาธาน คลินส์มันน์ มีปัญหาบาดเจ็บและยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเรื่องกำหนดกลับมาลงสนาม ส่งผลให้ อเลสซานโดร เซียโน มีโอกาสรับหน้าที่เฝ้าเสาต่อไป การขาดฟิโอรีทำให้เจ้าบ้านต้องปรับตัวเลือกริมเส้น แต่ด้วยความได้เปรียบจากการเล่นต่อหน้าแฟนบอล เชเซน่ายังมีโอกาสยกระดับเกมรุกเพื่อกลับมาเก็บชัยชนะอีกครั้ง
แผนการเล่น : 4-4-2
ตัวแบน : อันโตนิโอ ฟิโอรี (ใบแดงจากเกมพบโมเดน่า)
ตัวเจ็บ : โจนาธาน คลินส์มันน์ (มีปัญหาบาดเจ็บ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับอาการเฉพาะจุดและกำหนดคืนสนาม)
เอ็มโปลี
เอ็มโปลี ภายใต้การนำของ มัตเตโอ อันเดรโอเล็ตติ กำลังพยายามฟื้นฟูผลงานหลังเปลี่ยนแปลงกุนซือเมื่อปลายเดือนกันยายน แต่สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นมากนัก ปัจจุบันมี 7 คะแนนจาก 8 นัด รั้งอันดับ 17 ของตาราง ผลงาน 5 เกมล่าสุดเสมอ 1 แพ้ 4 โดยนัดที่ผ่านมาเปิดบ้านพ่าย วิเชนซ่า 0-2 จุดอ่อนสำคัญคือแนวรับที่เสียไปแล้ว 13 ประตูจาก 8 นัด รวมถึงการเสียสมดุลในช่วงเปลี่ยนจากเกมรุกเป็นเกมรับ อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนยังมีศักยภาพในการต่อสู้ โดยเฉพาะการเล่นนอกบ้านที่สามารถสร้างความลำบากให้คู่แข่งได้ คาดว่ากุนซือจะเลือกใช้ระบบ 3-5-2 โดยมี เอโดอาร์โด้ ซาโปริติ รับบทบาทเชื่อมเกมรุกจากแดนกลาง ขณะที่ บ็อกดาน โปปอฟ เป็นตัวเลือกสำคัญในการจบสกอร์ พร้อมใช้ ฟิลิปโป บันดิเนลลี่ และ ดูชโช เดลยี อินโนเซนติ ช่วยควบคุมจังหวะตรงกลางสนาม ประเด็นที่น่ากังวลคือการขาด มาร์โก เคอร์โต กองหลังที่หมดสิทธิ์จากใบแดงในเกมพบวิเชนซ่า ทำให้ ซิโมเน่ โรมันโญลี่ มีโอกาสเข้ามาทดแทน ส่วน เกราร์ด เยเปส มีปัญหาข้อเท้า ขณะที่ โจเซฟ ซีเซย์ มีอาการบริเวณข้อเท้าเช่นกันและต้องรอทดสอบความฟิต นอกจากนี้ ซัลวาตอเร่ โมนาโก ยังมีปัญหาจากการกระแทกระหว่างฝึกซ้อม ซึ่งยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่าจะพร้อมสำหรับเกมนี้หรือไม่ การเปลี่ยนแปลงแนวรับและโปรแกรมแข่งขันที่กระชั้นชิดจึงเป็นโจทย์สำคัญที่เอ็มโปลีต้องแก้ไข หากต้องการหยุดสถิติไร้ชัยชนะต่อเนื่อง
แผนการเล่น : 3-5-2
ตัวแบน : มาร์โก เคอร์โต (ใบแดงจากเกมพบวิเชนซ่า)
ตัวเจ็บ : เกราร์ด เยเปส (บาดเจ็บข้อเท้า ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่ากลับมาซ้อมเต็มรูปแบบแล้ว), โจเซฟ ซีเซย์ (มีปัญหาข้อเท้า ต้องรอทดสอบความฟิต), ซัลวาตอเร่ โมนาโก (มีอาการจากการกระแทกระหว่างฝึกซ้อม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเรื่องความพร้อม)
ตอกย้ำความมั่นใจ
เกมนี้ถือเป็นการพบกันของสองทีมที่กำลังต้องการคะแนนอย่างมากเพื่อขยับหนีพื้นที่ท้ายตาราง โดยเชเซน่ามีความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและสถิติที่ยังไม่แพ้ใครในสนามแห่งนี้ตลอด 4 นัดแรกของฤดูกาล แม้ฟอร์มโดยรวมจะไม่ดีนัก แต่การมี คริสเตียน ชเพนดี เป็นตัวจบสกอร์หลักยังช่วยให้เจ้าบ้านมีความอันตรายในพื้นที่สุดท้าย ขณะที่เอ็มโปลีมีปัญหาชัดเจนเรื่องการป้องกัน โดยเสียถึง 10 ประตูจาก 5 นัดล่าสุด และยังต้องปรับแนวรับจากการขาด มาร์โก เคอร์โต อีกด้วย อย่างไรก็ตาม เชเซน่าก็เสีย อันโตนิโอ ฟิโอรี จากโทษแบนเช่นกัน ทำให้ศักยภาพเกมรุกริมเส้นลดลงไปพอสมควร รูปเกมจึงมีแนวโน้มสูสีในช่วงแรก โดยเอ็มโปลีอาจเน้นความรัดกุมและพยายามใช้จังหวะสวนกลับโจมตีพื้นที่ด้านข้างของเจ้าบ้าน แต่หากเชเซน่าสามารถควบคุมแดนกลางและสร้างโอกาสให้ชเพนดีได้ต่อเนื่อง ก็มีโอกาสเบียดคว้าชัยมากกว่า เมื่อพิจารณาทั้งผลงานในบ้าน ปัญหาเกมรับของทีมเยือน และความได้เปรียบในการเล่นต่อหน้าแฟนบอล จึงให้น้ำหนักเชเซน่าเหนือกว่าเล็กน้อย โดยคาดว่าจะเป็นเกมที่ตัดสินกันด้วยความเฉียบคมในจังหวะสำคัญ
แสดงความคิดเห็น