ลาลีกา สเปน
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 (คืนวันอาทิตย์) เวลา 02.00 น.
สนามแข่งขัน : ซานติอาโก้ เบร์นาเบว
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
เซบีย่า 0-1 เรอัล มาดริด
เรอัล มาดริด 2-0 เซบีย่า
เซบีย่า 0-2 เรอัล มาดริด
เรอัล มาดริด 4-2 เซบีย่า
เรอัล มาดริด 1-0 เซบีย่า
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
เรอัล มาดริด
เอเอส โรม่า 3-4 เรอัล มาดริด (ชนะ)
เรอัล มาดริด 1-0 บียาร์เรอัล (ชนะ)
แอตเลติโก้ มาดริด 2-1 เรอัล มาดริด (แพ้)
เอลเช่ 2-3 เรอัล มาดริด (ชนะ)
เรอัล มาดริด 4-1 ราโย่ บาเยกาโน่ (ชนะ)
เซบีย่า
เลบานเต้ 3-3 เซบีย่า (เสมอ)
เซบีย่า 1-3 แอสตัน วิลล่า (แพ้)
เซบีย่า 1-3 บาร์เซโลน่า (แพ้)
เดปอร์ติโบ ลา คอรุนญ่า 0-1 เซบีย่า (ชนะ)
เซบีย่า 1-0 บาเลนเซีย (ชนะ)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
เรอัล มาดริด
เรอัล มาดริด ภายใต้การคุมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังเดินหน้ารักษาโมเมนตัมหลังเก็บชัยชนะ 4 จาก 5 นัดหลังสุดในทุกรายการ โดยเกมล่าสุดบุกเอาชนะ เอเอส โรม่า 4-3 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก หลังพลิกสถานการณ์กลับมาอย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ผลงานในลาลีกายังคงรั้งอันดับ 4 มี 18 คะแนนจาก 8 นัด จุดแข็งสำคัญอยู่ที่การเล่นในซานติอาโก้ เบร์นาเบว ซึ่งชนะรวดทั้ง 4 นัดในลีก ยิงได้ 13 ประตูและเสียเพียง 2 ประตู คาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 โดยมี คีเลียน เอ็มบัปเป้ เป็นศูนย์หน้าตัวเป้า พร้อมด้วย จู๊ด เบลลิงแฮม รับบทสร้างสรรค์เกมรุก ขณะที่ เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ และ อูเรเลียง ชูอาเมนี่ เป็นกำลังสำคัญในการควบคุมแดนกลาง อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านจะหมดสิทธิ์ใช้งาน วินิซิอุส จูเนียร์ ที่ติดโทษแบนจากใบแดงในเกมพบ บียาร์เรอัล ทำให้ต้องปรับรูปแบบเกมริมเส้น โดย อาร์ดา กือแลร์ และ ยาน ดิโอมานเด้ เป็นทางเลือกสำหรับเพิ่มความคล่องตัวและการสร้างโอกาสในพื้นที่สุดท้าย ส่วน เอแดร์ มิลิเตา แม้กลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว แต่กุนซือยืนยันว่าไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ ขณะที่ โรดรีโก้, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ และ ราอูล อาเซนซิโอ ยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูสภาพร่างกาย ประเด็นที่ต้องระวังคือความล้าจากเกมยุโรปกลางสัปดาห์ รวมถึงโปรแกรมสำคัญที่รออยู่ทั้งการพบ แอร์เบ ไลป์ซิก และ บาร์เซโลน่า ซึ่งอาจทำให้มีการหมุนเวียนนักเตะบางตำแหน่ง แต่ด้วยประสิทธิภาพเกมรุกและความแข็งแกร่งในบ้านยังทำให้ เรอัล มาดริด ถือความได้เปรียบอย่างชัดเจน
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : วินิซิอุส จูเนียร์ (โทษแบน 4 นัดในลาลีกา)
ตัวเจ็บ : เอแดร์ มิลิเตา (อยู่ระหว่างฟื้นฟูร่างกาย กลับมาซ้อมแล้วแต่หมดสิทธิ์ลงสนาม), โรดรีโก้ (บาดเจ็บหัวเข่า ยังไม่พร้อมลงสนาม), แฟร์กล็องด์ เมนดี้ (อยู่ระหว่างเรียกความฟิตหลังกลับมาฝึกซ้อม), ราอูล อาเซนซิโอ (อยู่ระหว่างฟื้นฟูร่างกาย ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเรื่องการกลับมาลงสนาม)
เซบีย่า
เซบีย่า ภายใต้การนำของ หลุยส์ การ์เซีย พลาซ่า ทำผลงานในช่วงต้นฤดูกาลได้น่าสนใจ โดยปัจจุบันรั้งอันดับ 5 ของตาราง มี 14 คะแนนจาก 8 นัด แม้ผลงาน 5 เกมหลังสุดในทุกรายการจะชนะเพียง 2 นัด แต่จุดที่น่าจับตามองคือสถิติเกมเยือนในลาลีกาที่ยังไม่แพ้ใครจาก 4 นัด ชนะ 2 เสมอ 2 ยิงได้ 8 ประตู สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือกับเกมนอกบ้าน อย่างไรก็ตาม เกมล่าสุดที่เสมอ เลบานเต้ 3-3 แสดงให้เห็นปัญหาการรักษาความได้เปรียบและการป้องกันในช่วงท้ายเกม โดยเซบีย่าเสียประตูในลีกไปแล้ว 12 ลูก คาดว่าทีมจะใช้ระบบ 4-2-3-1 เน้นความแข็งแกร่งของแดนกลางและการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว มี ลูเซียง อากูเม่ และ ยูสซูฟ โฟฟาน่า เป็นกำลังหลักในการตัดเกม ขณะที่ ชิเดร่า เอจูเก้, อัลฟอนโซ่ กอนซาเลส และ ร็อบบี้ ยูเร เป็นทางเลือกในแนวรุก ปัญหาสำคัญคือสภาพขุมกำลังที่ไม่สมบูรณ์ โดย อิซัค โรเมโร่ ติดโทษแบนหนึ่งนัดหลังถูกไล่ออกจากสนามเกมพบ เลบานเต้ ส่วน จอน กูริดี้ มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านในฝั่งซ้ายและไม่พร้อมลงเล่น ขณะที่ มิเกล เซียร์ร่า บาดเจ็บข้อไหปลาร้าด้านขวาจนต้องเข้ารับการผ่าตัด นอกจากนี้ มาร์เกา และ อิเกร์ มูนญอซ ยังอยู่ระหว่างพักฟื้น ส่วน จอร์จี้ โคโชราชวิลี่ ต้องรอทดสอบความฟิต หลังแยกฝึกซ้อมในโรงยิมต่อเนื่อง สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อความลึกของแดนกลางและทางเลือกในการปรับเกม โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับทีมที่มีความสามารถในการครองบอลและโจมตีพื้นที่ระหว่างแนวรับอย่าง เรอัล มาดริด
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : อิซัค โรเมโร่ (ติดโทษแบน 1 นัดจากใบเหลืองที่สองในเกมพบ เลบานเต้)
ตัวเจ็บ : จอน กูริดี้ (บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านในฝั่งซ้าย หมดสิทธิ์ลงสนาม), มิเกล เซียร์ร่า (ข้อไหปลาร้าด้านขวาเคลื่อน ต้องเข้ารับการผ่าตัด หมดสิทธิ์ลงสนาม), มาร์เกา (บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้าขวา ยังอยู่ระหว่างพักฟื้น), อิเกร์ มูนญอซ (อยู่ระหว่างพักฟื้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ), จอร์จี้ โคโชราชวิลี่ (แยกฝึกซ้อมในโรงยิม ต้องรอทดสอบความฟิต)
ตอกย้ำความมั่นใจ
เกมนี้ เรอัล มาดริด มีความได้เปรียบทั้งคุณภาพนักเตะ ความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย และสถิติการเล่นในบ้านที่แข็งแกร่งอย่างมาก โดยชนะรวด 4 นัดในลีก ขณะที่สถิติพบกัน 5 ครั้งหลังสุดก็เป็นฝ่ายเอาชนะ เซบีย่า ได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนไม่ใช่คู่แข่งที่ประมาทได้ เพราะยังไม่แพ้ใครในการเล่นเกมเยือนลาลีกาฤดูกาลนี้ และมีความสามารถในการโจมตีสวนกลับที่สร้างปัญหาให้คู่แข่งได้เสมอ ประเด็นสำคัญอยู่ที่การแย่งชิงพื้นที่แดนกลาง ซึ่งเซบีย่ากำลังมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย โดยเฉพาะการขาด จอน กูริดี้ และความไม่แน่นอนของ จอร์จี้ โคโชราชวิลี่ อาจทำให้รับมือกับการเคลื่อนที่ของ จู๊ด เบลลิงแฮม และการประสานงานกับ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ได้ลำบากขึ้น แม้ เรอัล มาดริด จะไม่มี วินิซิอุส จูเนียร์ และอาจมีความเหนื่อยล้าจากเกมยุโรป แต่ยังมีทางเลือกเกมรุกที่หลากหลายกว่า ขณะที่แนวรับเซบีย่าเสียประตูค่อนข้างมากในช่วงหลัง หากเจ้าถิ่นสามารถขึ้นนำได้เร็ว เกมน่าจะเปิดพื้นที่ให้โจมตีมากขึ้น แต่หากเซบีย่ารักษาระเบียบเกมรับและเปลี่ยนจังหวะสวนกลับได้แม่นยำ ก็มีโอกาสยิงประตูคืนเช่นกัน เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งฟอร์มปัจจุบัน สถิติในบ้าน สภาพขุมกำลัง และแนวโน้มความได้เปรียบก่อนเกม ยังให้น้ำหนักไปที่ เรอัล มาดริด มากกว่า โดยมองว่ามีโอกาสคว้าชัยจากคุณภาพเกมรุกที่เหนือกว่า แม้อาจไม่ใช่งานง่ายตลอด 90 นาที แนะนำเชียร์ เรอัล มาดริด มีลุ้นเก็บสามคะแนนในบ้าน
แสดงความคิดเห็น