อีเอฟแอล แชมเปียนชิป
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 22.00 น.
สนามแข่งขัน : อีวูด พาร์ค
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-2 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-5 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-1 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-0 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-2 สโต๊ค ซิตี้ (แพ้)
สวอนซี ซิตี้ 4-0 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (แพ้)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-0 เร็กซ์แฮม (ชนะ)
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 3-2 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (แพ้)
บริสตอล ซิตี้ 0-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (ชนะ)
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 3-3 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (เสมอ)
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-3 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน (แพ้)
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 2-3 เซาแธมป์ตัน (แพ้)
สวอนซี ซิตี้ 0-1 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (ชนะ)
ลินคอล์น ซิตี้ 0-6 เวสต์แฮม ยูไนเต็ด (ชนะ)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ภายใต้การคุมทีมของ โทนี่ โมว์เบรย์ กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ต้องเร่งเรียกความมั่นใจ หลังแพ้ติดต่อกัน 2 นัด โดยเสียไปถึง 6 ประตูจากเกมพบ สวอนซี ซิตี้ และ สโต๊ค ซิตี้ ส่งผลให้ทีมรั้งอันดับ 14 ของตาราง มี 18 คะแนนจาก 14 นัด จุดที่ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนคือการป้องกันพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษและการรับมือจังหวะเปลี่ยนจากรุกเป็นรับ อย่างไรก็ตาม ผลงานในบ้านยังพอเป็นจุดแข็ง หลังเก็บชัยชนะได้ 4 จาก 7 นัดในลีก และกุนซือยืนยันแนวทางว่าจะไม่เน้นตั้งรับลึกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการพาลูกทีมเปิดเกมสู้เพื่อโจมตีแนวรับคู่แข่งที่กำลังมีปัญหา คาดว่าจะจัดทัพในระบบ 4-2-3-1 โดยมี แซม มอร์ซี่ ควบคุมจังหวะแดนกลางร่วมกับ มุสซ่า บารัดจี้ ขณะที่ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ รับหน้าที่สร้างสรรค์เกมรุกสนับสนุน อันดรี กุ๊ดยอห์นเซ่น โดยมี โอลาดาโป อโฟลายัน และ เจย์เดน เฟฟริเยร์ ช่วยโจมตีจากด้านข้าง ส่วนแนวรับต้องจับตาความพร้อมของ ไรอัน อาเลบิโอซู ที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมล่าสุดและต้องรอผลตรวจเพิ่มเติม รวมถึง ทอม แอตเชสัน ที่มีอาการบริเวณขาหนีบและยังต้องประเมินความฟิต ขณะที่ สก็อตต์ วอร์ตัน กลับมาเป็นตัวเลือกได้แล้ว ด้าน เรียวยะ โมริชิตะ และ มาธิอัส ยอร์เกนเซ่น ยังไม่มีการยืนยันว่าฟื้นตัวทันเกมนี้ ส่วน แฮร์รี่ พิคเคอริง และ แซม มอร์ซี่ กลับมาเป็นตัวเลือกหลังผ่านปัญหาความพร้อมก่อนหน้านี้ หากเจ้าบ้านสามารถรักษาความแน่นอนในแดนกลางและใช้ความได้เปรียบจากเสียงเชียร์กดดันคู่แข่งได้ตั้งแต่ต้นเกม ก็มีโอกาสสร้างปัญหาให้ทีมเยือนได้ไม่น้อย
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : ไรอัน อาเลบิโอซู มีปัญหาบาดเจ็บจากเกมพบ สโต๊ค ซิตี้ ต้องรอผลตรวจและทดสอบความฟิต, ทอม แอตเชสัน มีอาการบริเวณขาหนีบ ต้องรอทดสอบความฟิต, เรียวยะ โมริชิตะ มีอาการบาดเจ็บต้นขาและยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ากลับมาพร้อมลงสนาม, มาธิอัส ยอร์เกนเซ่น, ลูอิส มิลเลอร์ และ อดัม ฟอร์ชอว์ มีรายงานปัญหาความพร้อม แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับอาการและกำหนดกลับมาลงสนาม
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ภายใต้การนำของ สก็อตต์ พาร์เกอร์ กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน กำลังพยายามเปลี่ยนบรรยากาศภายในทีม หลังผลงานช่วงก่อนหน้านี้ขาดความสม่ำเสมอ ปัจจุบันรั้งอันดับ 8 ของตาราง มี 23 คะแนนจาก 14 นัด แม้ไม่ชนะมา 3 เกมติดต่อกัน แต่การบุกไล่ตีเสมอ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 3-3 ทั้งที่ตามหลังถึงสามประตู ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกด้านสภาพจิตใจและประสิทธิภาพเกมรุกภายใต้กุนซือคนใหม่ จุดแข็งสำคัญคือการยิงได้ถึง 36 ประตูจาก 14 นัด และยังไม่แพ้เกมเยือนในลีกตลอด 7 นัดแรก โดยชนะ 3 เสมอ 4 คาดว่าจะใช้ระบบ 4-4-1-1 ที่สามารถปรับรูปแบบการขึ้นเกมตามสถานการณ์ โดยมี จาร์ร็อด โบเวน เป็นตัวอันตรายในการลากเลื้อยและจบสกอร์ร่วมกับ มานอร์ โซโลมอน ขณะที่ อาร์เน่ เองเกิลส์ ช่วยขับเคลื่อนแดนกลาง และ ดิวีน มูกาซ่า ทำหน้าที่เชื่อมเกมสนับสนุนกองหน้า อย่างไรก็ตาม หลัง โจเอล ปิรู และ โมฮามาดู ก็องเต้ ลงมาเพิ่มพลังเกมรุกในนัดล่าสุด ทั้งคู่มีโอกาสได้รับบทบาทมากขึ้นในเกมนี้ ส่วน คอนสแตนตินอส มาฟโรปานอส กลับมาลงสนามแล้วหลังฟื้นจากปัญหาหัวเข่า ขณะที่ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ยังต้องติดตามอาการบาดเจ็บ และ เคย์เบอร์ ลามาดริด ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่ากลับมาพร้อมลงสนามหรือไม่ สำหรับ โทมัส ซูเช็ค กลับมาเป็นตัวเลือกในทีมแล้วหลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บก่อนหน้านี้ ประเด็นสำคัญที่ พาร์เกอร์ ต้องแก้ไขคือเกมรับที่เสียถึง 9 ประตูจาก 3 นัดล่าสุด หากปรับความรัดกุมได้โดยไม่ลดประสิทธิภาพเกมรุก โอกาสบุกเก็บชัยชนะถือว่าสูงพอสมควร
แผนการเล่น : 4-4-1-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส มีอาการบาดเจ็บจากเกมพบ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าพร้อมกลับมาลงสนาม, เคย์เบอร์ ลามาดริด อยู่ระหว่างฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บและยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับความพร้อม ส่วน โทมัส ซูเช็ค ฟื้นตัวจากปัญหาข้อเท้าและกลับมาเป็นตัวเลือกของทีมแล้ว
ตอกย้ำความมั่นใจ
เกมนี้ถือเป็นการพบกันของสองทีมที่มีปัญหาเกมรับ แต่มีแนวทางการเล่นแตกต่างกันพอสมควร โดย แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ต้องการใช้ความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านเรียกความมั่นใจกลับคืนมา หลังเสียประตูอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด แม้เพิ่งเปลี่ยนกุนซือ แต่คุณภาพเกมรุกและผลงานนอกบ้านยังเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสถิติไม่แพ้เกมเยือนในลีกทั้ง 7 นัด และจำนวนประตูที่ยิงได้มากกว่าเจ้าบ้านถึง 16 ลูก ปัจจัยสำคัญอยู่ที่การควบคุมพื้นที่แดนกลางและการรับมือความเร็วของ จาร์ร็อด โบเวน หากเจ้าบ้านดันแนวรับสูงเกินไป อาจเปิดพื้นที่ให้ทีมเยือนใช้เกมสวนกลับเข้าทำได้หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม การที่ เวสต์แฮม เสียถึง 3 ประตูในแต่ละเกมจาก 3 นัดล่าสุด ทำให้โอกาสรักษาคลีนชีตยังไม่น่าไว้วางใจ อีกทั้งช่วงเวลาปรับตัวกับกุนซือใหม่อาจทำให้จังหวะประสานงานยังไม่สมบูรณ์ เมื่อพิจารณาคุณภาพขุมกำลัง ประสิทธิภาพการจบสกอร์ ผลงานเกมเยือน และแนวโน้มความเหนือกว่าของทีมเยือนประกอบกันแล้ว ยังให้น้ำหนักกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด มากกว่าเล็กน้อย เชื่อว่าเจ้าบ้านมีโอกาสทำประตูได้ แต่หากทีมเยือนรักษาความเด็ดขาดในพื้นที่สุดท้ายได้ตามมาตรฐาน ก็มีโอกาสบุกมาเฉือนคว้าสามคะแนน
แสดงความคิดเห็น