แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 (คืนวันอังคาร) เวลา 02.45 น.
สนามแข่งขัน : อีวู้ด พาร์ค
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
สโต๊ค ซิตี้ 1-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-1 สโต๊ค ซิตี้
สโต๊ค ซิตี้ 1-0 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 0-2 สโต๊ค ซิตี้
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-1 สโต๊ค ซิตี้
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
สวอนซี ซิตี้ 4-0 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (แพ้)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-0 เร็กซ์แฮม (ชนะ)
เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-2 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (แพ้)
บริสตอล ซิตี้ 0-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (ชนะ)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (ชนะ)
สโต๊ค ซิตี้
สโต๊ค ซิตี้ 2-0 เพรสตัน นอร์ท เอนด์ (ชนะ)
สโต๊ค ซิตี้ 0-0 บริสตอล ซิตี้ (เสมอ)
ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 0-1 สโต๊ค ซิตี้ (ชนะ)
สโต๊ค ซิตี้ 2-3 มิดเดิลสโบรห์ (แพ้)
โบลตัน วันเดอเรอร์ส 1-2 สโต๊ค ซิตี้ (ชนะ)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ภายใต้การคุมทีมของ โทนี่ โมว์เบรย์ กำลังเผชิญบททดสอบสำคัญในการเรียกความมั่นใจกลับคืนมา หลังบุกไปพ่าย สวอนซี ซิตี้ 0-4 ในนัดล่าสุด ทำให้ทีมยังรั้งอันดับ 13 ของตารางด้วยผลงาน 18 คะแนนจาก 13 นัด อย่างไรก็ตาม จุดแข็งสำคัญของทัพกุหลาบไฟยังคงเป็นการเล่นในถิ่นอีวู้ด พาร์ค ซึ่งเก็บชัยชนะได้ถึง 4 จาก 6 นัดในลีกฤดูกาลนี้ โดยคาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 เน้นการขึ้นเกมผ่านแดนกลางและโจมตีจากพื้นที่ด้านข้าง มี ท็อดด์ แคนท์เวลล์ เป็นตัวสร้างสรรค์เกมรุก คอยเชื่อมจังหวะกับ เจย์เดน เฟฟริเยร์ และ โอลาดาโป อโฟลายัน ก่อนส่งบอลให้ อันดรี กุดยอห์นเซ่น ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการจบสกอร์ ประเด็นที่ต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วนคือเกมรับ โดยเฉพาะการรักษาระยะห่างระหว่างกองกลางกับแนวป้องกัน หลังเสียถึง 7 ประตูจากสองนัดที่แพ้ล่าสุด ขณะที่ความพร้อมของทีมยังมีปัญหาเมื่อ ลูอิส มิลเลอร์ มีอาการบาดเจ็บบริเวณเอ็นร้อยหวาย และ ออกัสตัส คาร์กโบ มีรายงานอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง นอกจากนี้ยังมีผู้เล่นบางรายที่อยู่ระหว่างประเมินความพร้อม ทำให้กุนซือต้องพิจารณาการหมุนเวียนขุมกำลังอย่างรอบคอบ เกมนี้จึงมีแนวโน้มที่เจ้าบ้านจะพยายามครองจังหวะบุกตั้งแต่ต้น แต่ต้องระวังการเสียบอลในแดนกลาง เพราะคู่แข่งมีความสามารถในการเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็ว
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : ลูอิส มิลเลอร์ (เอ็นร้อยหวายบาดเจ็บ มีรายงานว่าไม่พร้อมลงสนาม), ออกัสตัส คาร์กโบ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังบาดเจ็บ มีรายงานว่าไม่พร้อมลงสนาม), อดัม ฟอร์ชอว์ (สะโพกบาดเจ็บ มีรายงานว่าพลาดเกมนี้), มอร์แกน ลิเธอร์แลนด์ (กล้ามเนื้อบาดเจ็บ มีรายงานว่าพลาดเกมนี้) ส่วนผู้เล่นที่มีปัญหาความฟิตรายอื่นยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
สโต๊ค ซิตี้
สโต๊ค ซิตี้ ของกุนซือ มาร์ค โรบินส์ อยู่ในช่วงที่มีผลงานน่าพอใจ หลังเก็บชัยชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้เพียง 1 นัดจาก 5 เกมหลังสุด ทำให้ทีมรั้งอันดับ 7 ของตารางด้วย 23 คะแนนจาก 13 นัด จุดเด่นคือความเหนียวแน่นในเกมรับที่สามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 3 จาก 5 นัดล่าสุด รวมถึงการเล่นนอกบ้านที่ทำได้ค่อนข้างดีด้วยผลงานชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 2 จาก 6 นัด โดยระบบที่คาดว่าจะใช้คือ 3-4-3 อาศัยกองหลังอย่าง เบน วิลมอต และ โบซุน ลาวาล ช่วยควบคุมพื้นที่หน้าประตู ขณะที่ เบน จอห์นสัน กับ ลูก้า บอมบิโน่ มีหน้าที่สนับสนุนเกมริมเส้น และ แจ็ค แม็คกลินน์ เป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญในการสร้างโอกาสเข้าทำ ส่วนแนวรุกมี โรเบิร์ต โบเชนิค และ จัสติน เดเวนนี่ เป็นทางเลือกในการโจมตีพื้นที่อันตราย รูปแบบการเล่นที่น่าจับตามองคือการตั้งรับอย่างมีระเบียบก่อนเปลี่ยนจังหวะโจมตีผ่านพื้นที่ด้านข้าง ซึ่งสามารถสร้างปัญหาให้แนวรับเจ้าบ้านที่เพิ่งเสียประตูจำนวนมากได้ อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนยังมีปัญหาขุมกำลังเมื่อ เอริก โบกาต และ จูเนียร์ ชามาเดอู มีรายงานอาการบาดเจ็บ ขณะที่ อีธาน กัลเบรธ มีรายงานว่าติดโทษจากการสะสมใบเหลือง ซึ่งหากหมดสิทธิ์ลงเล่นตามรายงานจะกระทบต่อการสร้างสรรค์เกมจากแดนกลาง เนื่องจากเจ้าตัวเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีบทบาทสำคัญต่อการจ่ายบอลจังหวะสุดท้าย ถึงกระนั้นภาพรวมของสโต๊คยังถือว่ามีความต่อเนื่องและความมั่นใจดีกว่าเจ้าถิ่นก่อนลงสนาม
แผนการเล่น : 3-4-3
ตัวแบน : อีธาน กัลเบรธ (มีรายงานติดโทษสะสมใบเหลือง แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดจากสโมสรเกี่ยวกับสิทธิ์ลงเล่นนัดนี้)
ตัวเจ็บ : จูเนียร์ ชามาเดอู (มีรายงานบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า), เอริก โบกาต (มีรายงานบาดเจ็บบริเวณหัวเข่า), อารอน เครสส์เวลล์ (หัวเข่าบาดเจ็บ มีรายงานว่าพลาดเกมนี้), อาโต อัมพาห์ (หัวเข่าบาดเจ็บ มีรายงานว่าพลาดเกมนี้), แซม กัลลาเกอร์ (มีรายงานบาดเจ็บ แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับบริเวณที่บาดเจ็บและกำหนดกลับมาลงสนาม)
ตอกย้ำความมั่นใจ
การพบกันครั้งนี้ถือเป็นเกมที่มีโอกาสออกมาสูสี แม้แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส จะได้เปรียบจากการเล่นในบ้านซึ่งเก็บชัยชนะได้ถึง 4 จาก 6 นัด แต่ปัญหาเกมรับที่เสียถึง 20 ประตูจาก 13 นัดยังเป็นข้อกังวลสำคัญ โดยเฉพาะหลังจากเพิ่งถูกสวอนซีถล่มอย่างหนัก ขณะที่สโต๊ค ซิตี้ มีความมั่นใจมากกว่าจากผลงานช่วงหลังและเสียเพียง 4 ประตูใน 5 นัดล่าสุด อีกทั้งสถิติการพบกัน 4 ครั้งหลังสุดยังเป็นฝ่ายสโต๊คที่ไม่แพ้แบล็คเบิร์นเลย จุดชี้ขาดของเกมน่าจะอยู่ที่การต่อสู้ในแดนกลางและการรับมือจังหวะสวนกลับ หากเจ้าบ้านเปิดพื้นที่ด้านหลังมากเกินไป ทีมเยือนมีโอกาสใช้ความรวดเร็วเข้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การขาดหายไปของผู้เล่นสำคัญในแดนกลางอาจลดความไหลลื่นของสโต๊คลง ขณะที่แบล็คเบิร์นมีศักยภาพมากพอที่จะสร้างโอกาสทำประตูในบ้าน เมื่อพิจารณาความสม่ำเสมอของผลงาน ความแน่นอนในเกมรับ และสถิติการเจอกันที่ผ่านมา มองว่าสโต๊ค ซิตี้ มีภาษีดีกว่าเล็กน้อยและมีโอกาสบุกมาแบ่งแต้มเป็นอย่างน้อย โดยรูปเกมอาจตัดสินกันจากจังหวะผิดพลาดเพียงครั้งเดียว
แสดงความคิดเห็น