อีเอฟแอล แชมเปียนชิป อังกฤษ
วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 21:00 น.
สนามแข่งขัน : เรซคอร์ส กราวนด์
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
เร็กซ์แฮม 2-1 เพรสตัน นอร์ท เอนด์
เพรสตัน นอร์ท เอนด์ 1-1 เร็กซ์แฮม
เพรสตัน นอร์ท เอนด์ 2-3 เร็กซ์แฮม
เร็กซ์แฮม 1-1 เพรสตัน นอร์ท เอนด์
เร็กซ์แฮม 1-1 เพรสตัน นอร์ท เอนด์
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
เร็กซ์แฮม
เร็กซ์แฮม 1-2 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน (แพ้)
ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 1-1 เร็กซ์แฮม (เสมอ)
เร็กซ์แฮม 2-1 เซาแธมป์ตัน (ชนะ)
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 6-0 เร็กซ์แฮม (แพ้)
เร็กซ์แฮม 1-1 เบิร์นลีย์ (เสมอ)
เพรสตัน นอร์ท เอนด์
เบอร์มิงแฮม ซิตี้ 4-0 เพรสตัน นอร์ท เอนด์ (แพ้)
เพรสตัน นอร์ท เอนด์ 0-1 มิลล์วอลล์ (แพ้)
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 2-2 เพรสตัน นอร์ท เอนด์ (เสมอ)
เพรสตัน นอร์ท เอนด์ 0-1 ลินคอล์น ซิตี้ (แพ้)
วัดฟอร์ด 2-1 เพรสตัน นอร์ท เอนด์ (แพ้)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
เร็กซ์แฮม
เร็กซ์แฮม ภายใต้การคุมทีมของ ฟิล พาร์กินสัน กำลังเผชิญแรงกดดันจากผลงานที่ยังไม่สม่ำเสมอ หลังเก็บได้เพียง 11 คะแนนจาก 10 นัด รั้งอันดับ 17 ของตาราง โดยผลงาน 5 เกมหลังสุดชนะเพียงนัดเดียว เสมอ 2 และแพ้ 2 แม้ก่อนหน้านี้จะเปิดบ้านเอาชนะเซาแธมป์ตัน 2-1 แต่เกมล่าสุดกลับพ่ายเวสต์บรอมวิช อัลเบียน 1-2 ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน สะท้อนปัญหาเรื่องการรักษาความได้เปรียบและสมาธิในช่วงท้ายเกม อย่างไรก็ตาม จุดแข็งสำคัญของเจ้าบ้านยังอยู่ที่การเล่นบอลทางริมเส้นและการใช้กองหน้าร่างใหญ่อย่าง คีฟเฟอร์ มัวร์ เป็นเป้าหมายในกรอบเขตโทษ โดยมี แคลลัม โอแฮร์ คอยเชื่อมเกมรุก ขณะที่ เบน ไวท์แมน และ จอร์จ ด็อบสัน รับผิดชอบการควบคุมจังหวะในแดนกลาง ระบบการเล่นสามารถปรับระหว่างแนวรับสามคนกับการถอยวิงแบ็กลงมาเป็นแนวรับห้าคน โดย อิสซ่า กาโบเร และ ฌัก เอโคมี มีบทบาทสำคัญในการสร้างความกว้าง ส่วน โดมินิก ไฮแอม กับ คัลลัม ดอยล์ เป็นกำลังหลักในเกมรับ สำหรับความพร้อมยังมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย โดยเฉพาะ เซบาสเตียน เรแวน, แม็กซ์ คลีเวิร์ธ และ นาธาน บรอดเฮด ขณะที่ โอลิเวอร์ รัธโบน ลงเล่นเกมล่าสุดได้แล้ว แต่ด้วยโปรแกรมที่ค่อนข้างถี่จึงยังมีโอกาสปรับเปลี่ยนผู้เล่นบางตำแหน่ง ประเด็นสำคัญของเกมนี้คือการเร่งจังหวะเข้าทำและกดดันแนวรับคู่แข่งตั้งแต่ต้นเกม เพราะเพรสตันมีปัญหาชัดเจนเมื่อถูกโจมตีจากด้านข้างและต้องรับมือกับการเปิดบอลเข้าสู่เขตโทษ
แผนการเล่น : 5-3-2
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : เซบาสเตียน เรแวน (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังไม่มีข้อมูลยืนยันการกลับมาลงสนาม), แม็กซ์ คลีเวิร์ธ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังไม่มีข้อมูลยืนยันการกลับมาลงสนาม), นาธาน บรอดเฮด (ต้นขา ต้องรอประเมินความพร้อม), ลิเบราโต คาคาเช (น่อง ยังไม่พร้อมกลับมาลงสนามตามรายงานล่าสุด), จอร์จ โธมาสัน (กล้ามเนื้อ ต้องรอทดสอบความฟิต) ส่วน จอช วินดาสส์ มีปัญหาข้อเท้าจากเกมกับดาร์บี้ เคาน์ตี้ และยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่
เพรสตัน นอร์ท เอนด์
เพรสตัน นอร์ท เอนด์ ภายใต้การคุมทีมของ เกรแฮม อเล็กซานเดอร์ กำลังอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอย่างหนัก หลังผ่านไป 10 นัดมีเพียง 4 คะแนนจากชัยชนะ 1 เสมอ 1 และแพ้ถึง 8 นัด จมอันดับสุดท้ายของตาราง โดยเฉพาะผลงานเกมเยือนที่ยังไม่ชนะใครจาก 5 นัด เสมอ 1 และแพ้ 4 เสียประตูรวมถึง 11 ลูก เกมล่าสุดบุกพ่ายเบอร์มิงแฮม ซิตี้ 0-4 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปัญหาการยืนตำแหน่งเกมรับและการรับมือกับเกมรุกที่โจมตีจากพื้นที่ด้านข้างอย่างต่อเนื่อง กุนซือคนใหม่ยังอยู่ระหว่างปรับระบบและสร้างความมั่นใจให้กับทีม โดยแนวทางหลักเน้นกองหลังสามคนและใช้วิงแบ็กช่วยเติมเกม ขณะที่ อัลฟี เดวีน เป็นตัวสร้างสรรค์โอกาสในพื้นที่ระหว่างแนวรับกับแดนกลาง ส่วน แคลลัม แลง เป็นกำลังสำคัญในการจบสกอร์และเคลื่อนที่หาพื้นที่ด้านหน้า โดยมี จอร์แดน ทอมป์สัน และ เลโอ เลอรอย ช่วยประคองเกมแดนกลาง อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญก่อนเกมนี้คือการขาด สแตนลีย์ มิลส์ ซึ่งถูกไล่ออกจากสนามด้วยใบเหลืองที่สองในเกมกับเบอร์มิงแฮม ทำให้หมดสิทธิ์ลงสนามจากโทษแบน ขณะที่ เลียม กิ๊บบ์ส ถูกเปลี่ยนออกตั้งแต่ครึ่งแรกในเกมเดียวกันและยังต้องประเมินความพร้อม ส่วน อลิสแตร์ แม็คแคนน์ ยังมีปัญหากล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ส่งผลให้ตัวเลือกในแดนกลางมีข้อจำกัด ทางเลือกในการแก้ปัญหาอาจเป็นการส่ง พอล วาเลนติน ลงประจำการริมเส้น และใช้งาน เดลาโน เบิร์กซอร์ก เพิ่มความเร็วในเกมรุก แต่หากไม่สามารถลดช่องว่างระหว่างกองหลังกับวิงแบ็กได้ ก็มีโอกาสถูกเจ้าบ้านใช้การโจมตีจากริมเส้นสร้างความเสียหายอีกครั้ง
แผนการเล่น : 3-4-2-1
ตัวแบน : สแตนลีย์ มิลส์ (ถูกใบแดงจากสองใบเหลืองในเกมพบเบอร์มิงแฮม ซิตี้ หมดสิทธิ์ลงสนามจากโทษแบน)
ตัวเจ็บ : อลิสแตร์ แม็คแคนน์ (กล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังไม่มีข้อมูลยืนยันการกลับมาลงสนาม), คาเล็บ ไวลีย์ (กล้ามเนื้อ ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ากลับมาซ้อมเต็มรูปแบบ), เลียม กิ๊บบ์ส (ถูกเปลี่ยนออกจากสนามเนื่องจากมีปัญหาด้านความพร้อมในเกมล่าสุด ต้องรอทดสอบความฟิต) ส่วน จอห์นนี เคนนี พลาดการลงสนามในช่วงที่ผ่านมาและยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับความพร้อม
ตอกย้ำความมั่นใจ
เมื่อพิจารณาจากผลงานและความพร้อมของทั้งสองทีม เร็กซ์แฮมดูมีภาษีเหนือกว่าอย่างชัดเจน แม้ฟอร์มโดยรวมยังไม่ดีนัก แต่การได้เล่นในบ้านกับทีมอันดับสุดท้ายถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะเรียกความมั่นใจกลับคืนมา โดยเฉพาะเมื่อเพรสตันกำลังมีปัญหาเกมรับอย่างหนัก เสียไปแล้ว 20 ประตูจาก 10 นัด และยังไม่สามารถเก็บชัยชนะนอกบ้านได้เลยในฤดูกาลนี้ อีกทั้งสถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุด เร็กซ์แฮมไม่เคยแพ้ โดยชนะ 2 และเสมอ 3 เกม ปัจจัยสำคัญน่าจะอยู่ที่การขึ้นเกมทางริมเส้นของเจ้าบ้าน ซึ่งสามารถสร้างโอกาสให้ คีฟเฟอร์ มัวร์ เข้าทำในกรอบเขตโทษ ขณะที่เพรสตันต้องปรับแนวรับด้านขวาจากการติดโทษแบนของ สแตนลีย์ มิลส์ จึงอาจมีปัญหาเรื่องความต่อเนื่องในการประสานงาน แม้ทีมเยือนจะพยายามเล่นอย่างรัดกุมและรอโต้กลับผ่านความคล่องตัวของ แคลลัม แลง แต่การเสียประตูง่ายและความมั่นใจที่ลดลงยังเป็นอุปสรรคสำคัญ อีกทั้งเจ้าบ้านเองก็มีจุดอ่อนในเกมรับ ทำให้ไม่อาจตัดโอกาสที่ทีมเยือนจะยิงประตูได้ออกไปทั้งหมด อย่างไรก็ตาม หากเร็กซ์แฮมใช้ประโยชน์จากโอกาสในแดนหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่เสียสมาธิช่วงท้ายเกม ก็มีโอกาสสูงที่จะคว้าสามคะแนนสำคัญในบ้าน มองภาพรวมแล้วเชียร์เร็กซ์แฮมมีความน่าสนใจมากกว่าเล็กน้อย โดยคาดว่าเจ้าถิ่นจะอาศัยความได้เปรียบด้านคุณภาพเกมรุกและสภาพแวดล้อมในบ้านเบียดเอาชนะไปได้
แสดงความคิดเห็น