อีเอฟแอล แชมเปียนชิป อังกฤษ
วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 21.00 น.
สนามแข่งขัน : เดอะ ฮอว์ธอร์นส์
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 0-0 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 1-0 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 0-2 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 0-0 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 4-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
เร็กซ์แฮม 1-2 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน (ชนะ)
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 0-1 เบอร์มิงแฮม ซิตี้ (แพ้)
วูล์ฟแฮมป์ตัน 1-0 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน (แพ้)
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 1-1 ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส (เสมอ)
ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 0-1 เวสต์บรอมวิช อัลเบียน (ชนะ)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
บริสตอล ซิตี้ 0-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (ชนะ)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (ชนะ)
พอร์ทสมัธ 2-2 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (เสมอ)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-1 มิลล์วอลล์ (ชนะ)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-2 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (แพ้)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน
เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ภายใต้การคุมทีมของ เจมส์ มอร์ริสัน กำลังพยายามรักษาพื้นที่กลุ่มลุ้นเลื่อนชั้น หลังลงสนาม 10 นัด เก็บได้ 17 คะแนน รั้งอันดับ 6 ของตาราง ผลงานช่วงหลังยังขาดความสม่ำเสมอ โดย 5 นัดล่าสุดชนะ 2 เสมอ 1 และแพ้ 2 แต่ชัยชนะเหนือ เร็กซ์แฮม 2-1 ในนัดล่าสุดถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญด้านความมั่นใจ หลังพลิกสถานการณ์จากการตามหลังด้วยประตูของ ไอแซ็ก ไพรซ์ และ อูเน่ เฮกเกโบ จุดแข็งของทีมอยู่ที่การรักษาระเบียบเกมรับและการเชื่อมเกมแดนกลางผ่าน เจย์สัน โมลัมบี้ ซึ่งช่วยให้ทีมควบคุมพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษได้ดี ขณะที่ ไอแซ็ก ไพรซ์ มีบทบาทสำคัญในการเติมเกมรุกและสอดขึ้นไปทำประตู ส่วน จิมมี่-เจย์ มอร์แกน และ อูเน่ เฮกเกโบ มีโอกาสกลับมาเป็นตัวจริงหลังสร้างความแตกต่างจากม้านั่งสำรองในเกมที่ผ่านมา โดยทีมสามารถปรับระหว่างระบบกองกลางสี่คนกับแนวรุกสองคนตามสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือประสิทธิภาพเกมรุกในบ้าน หลังสองนัดเหย้าล่าสุดเก็บได้เพียงคะแนนเดียวและยิงได้เพียงประตูเดียว ด้านความพร้อม โนแลน กัลเวส มีปัญหาบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าและหมดสิทธิ์ลงสนาม ขณะที่ ไมเคิล จอห์นสตัน ยังมีปัญหาบาดเจ็บบริเวณขาและไม่มีการยืนยันว่ากลับมาพร้อมลงสนามแล้ว ทำให้ มอร์ริสัน ต้องเน้นการหมุนเวียนขุมกำลังอย่างรอบคอบ เนื่องจากทีมเพิ่งผ่านเกมกลางสัปดาห์และมีเวลาฟื้นฟูร่างกายค่อนข้างจำกัด
แผนการเล่น : 4-4-2
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : โนแลน กัลเวส (บาดเจ็บหัวเข่า หมดสิทธิ์ลงสนาม), ไมเคิล จอห์นสตัน (บาดเจ็บบริเวณขา ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่าพร้อมกลับมาลงสนาม)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ของกุนซือ โทนี่ โมว์เบรย์ กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มที่น่าจับตามอง หลังเก็บได้ 15 คะแนนจาก 10 นัด รั้งอันดับ 9 ของตาราง และตามหลังเจ้าถิ่นเพียง 2 คะแนน ผลงาน 5 นัดล่าสุดชนะ 3 เสมอ 1 และแพ้ 1 โดยเฉพาะสองเกมหลังที่เอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 2-1 และบุกเฉือน บริสตอล ซิตี้ 1-0 สะท้อนให้เห็นว่าทีมกำลังมีความมั่นใจมากขึ้น โมว์เบรย์ วางระบบ 3-4-2-1 โดยใช้แนวรับสามคนและอาศัยผู้เล่นริมเส้นช่วยเพิ่มความกว้างในการขึ้นเกม แซม มอร์ซี่ รับหน้าที่ควบคุมจังหวะในแดนกลางร่วมกับ คริสตี้ มอนต์โกเมอรี่ ขณะที่ โอลาดาโป อโฟลายัน เป็นอาวุธสำคัญในพื้นที่สุดท้าย หลังทำประตูชัยในเกมล่าสุด ส่วน ท็อดด์ แคนท์เวลล์ และ เรียวยะ โมริชิตะ ช่วยสร้างโอกาสจากพื้นที่ระหว่างแนวรับกับแดนกลางของคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม เกมกับ บริสตอล ซิตี้ แสดงให้เห็นข้อจำกัดสำคัญ เพราะทีมถูกกดดันอย่างหนักและต้องอาศัยการเซฟหลายครั้งของ บาลาซ โทธ จึงรักษาผลการแข่งขันเอาไว้ได้ ด้านความพร้อม ลูอิส มิลเลอร์ ยังมีปัญหาบาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย ส่วน ยูริ ริเบโร่ และ ยูกิ โอฮาชิ มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ขณะที่ สกอตต์ วอร์ตัน กลับมามีชื่อร่วมเดินทางกับทีม แต่ยังต้องรอทดสอบความฟิตก่อนตัดสินใจใช้งาน สำหรับ ออกัสตัส คาร์จโบ และ มาธิอัส ยอร์เกนเซ่น กลับมามีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมกลางสัปดาห์แล้ว จึงไม่ควรถูกนับเป็นผู้เล่นหมดสิทธิ์ โดยประเด็นสำคัญของทีมเยือนคือการรักษาความแน่นอนในเกมรับและลดโอกาสที่คู่แข่งจะเข้าทำจากพื้นที่ด้านข้างของแนวรับสามคน
แผนการเล่น : 3-4-2-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : ลูอิส มิลเลอร์ (บาดเจ็บเอ็นร้อยหวาย ยังไม่พร้อมลงสนาม), ยูริ ริเบโร่ (บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังไม่พร้อมลงสนาม), ยูกิ โอฮาชิ (บาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง ยังไม่พร้อมลงสนาม), สกอตต์ วอร์ตัน (ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ กลับมาร่วมเดินทางกับทีมแล้วแต่ต้องรอทดสอบความฟิต)
ตอกย้ำความมั่นใจ
เกมนี้มีแนวโน้มเป็นการต่อสู้ที่สูสีมากกว่าความแตกต่างของอันดับจะบ่งบอก เพราะแม้ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน จะได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและมีเกมรับที่เสียเพียง 10 ประตูจาก 10 นัด แต่ปัญหาการสร้างโอกาสและการจบสกอร์ยังเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะผลงานสองเกมเหย้าล่าสุดที่ยังไม่ชนะใคร ขณะที่ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส กำลังมีจังหวะการเล่นที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนจากการไม่แพ้ติดต่อกัน 4 นัด และมีแนวรุกที่สร้างความอันตรายได้มากขึ้น จุดชี้ขาดอยู่ที่การแย่งชิงพื้นที่แดนกลางระหว่าง เจย์สัน โมลัมบี้ กับ แซม มอร์ซี่ รวมถึงความสามารถของเจ้าบ้านในการรับมือความเร็วของ โอลาดาโป อโฟลายัน และการเคลื่อนที่ของ ท็อดด์ แคนท์เวลล์ อย่างไรก็ตาม แบล็คเบิร์น ยังมีจุดอ่อนเมื่อถูกคู่แข่งบุกกดดันต่อเนื่อง และเกมล่าสุดต้องพึ่งพาผู้รักษาประตูอย่างมาก อีกทั้งการลงเล่นนอกบ้านยังขาดความเด็ดขาด โดยชนะเพียงนัดเดียวจาก 5 เกมเยือนในลีก ส่วนสถิติการพบกัน 4 นัดล่าสุดมีถึง 3 เกมที่ยิงรวมกันไม่เกินหนึ่งประตู สะท้อนถึงรูปเกมที่มักตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็กน้อย แม้เจ้าถิ่นจะได้รับการประเมินว่าเหนือกว่าเล็กน้อย แต่หาก แบล็คเบิร์น สามารถรักษาระเบียบเกมรับและใช้จังหวะสวนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีโอกาสเก็บคะแนนกลับออกไป เมื่อพิจารณาจากฟอร์มปัจจุบัน ความมั่นใจ และรูปแบบการเล่นของทั้งสองฝ่าย จึงให้น้ำหนักกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เล็กน้อยในแง่โอกาสไม่แพ้ โดยคาดว่าเกมจะมีความรัดกุมและมีโอกาสแบ่งแต้มกันสูง
แสดงความคิดเห็น