อีเอฟแอล แชมเปียนชิพ
วันที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 21.00 น.
สนามแข่งขัน : อีวูด พาร์ค
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-2 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 1-3 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 0-0 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-0 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 5-2 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
พอร์ทสมัธ 2-2 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (เสมอ)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-1 มิลล์วอลล์ (ชนะ)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1-2 เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด (แพ้)
เพรสตัน นอร์ท เอนด์ 2-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (แพ้)
ลินคอล์น ซิตี้ 0-0 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส (เสมอ)
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 3-1 ชาร์ลตัน แอธเลติก (ชนะ)
โบลตัน วอนเดอเรอส์ 1-0 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (แพ้)
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 1-1 สโต๊ค ซิตี้ (เสมอ)
พอร์ทสมัธ 2-0 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (แพ้)
ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส 2-1 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ (แพ้)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส
ทีมของ โทนี่ โมว์เบรย์ มีช่วงพักโปรแกรมช่วยให้ขุมกำลังที่บาดเจ็บทยอยฟื้นตัว และผลงานสองนัดล่าสุดก่อนเกมนี้ถือว่ากระเตื้องขึ้นจากการชนะ มิลล์วอลล์ 3-1 ต่อด้วยบุกเสมอ พอร์ทสมัธ 2-2 จุดเด่นยังอยู่ที่การขึ้นเกมผ่าน ท็อดด์ แคนท์เวลล์, เรียวยะ โมริชิตะ และ โอลาดาโป อโฟลายัน ซึ่งสามารถสลับตำแหน่งสร้างเกมรุกหลังแนวรับคู่แข่งได้ อย่างไรก็ตามแนวรับยังเสียประตูต่อเนื่องเมื่อถูกโจมตีด้วยเกมเปลี่ยนจังหวะเร็ว ด้านความพร้อม สก็อตต์ วาร์ตัน กลับมาลงเกมเรียกความฟิตได้แล้ว ขณะที่ ออกัสตัส คาร์จโบ และ มาธิอัส ยอร์เกนเซ่น มีพัฒนาการที่ดีแต่ยังต้องรอทดสอบความฟิต ส่วน ยูกิ โอฮาชิ, ยูริ ริเบโร่ และ ลูอิส มิลเลอร์ ยังมีปัญหาบาดเจ็บ โดยภาพรวมมีแนวโน้มใช้เกมครองบอลและบุกกดดันจากริมเส้นเพื่อฉวยประโยชน์จากแนวรับคาร์ดิฟฟ์ที่มีตัวหลักขาดหาย
แผนการเล่น : 5-4-1
ตัวแบน : ไม่มี
ตัวเจ็บ : สก็อตต์ วาร์ตัน กล้ามเนื้อและกลับมาลงเกมเรียกความฟิตแล้วแต่ยังต้องรอทดสอบความฟิต, ออกัสตัส คาร์จโบ กล้ามเนื้อและยังต้องรอทดสอบความฟิต, มาธิอัส ยอร์เกนเซ่น เอ็นหลังต้นขาและยังต้องรอทดสอบความฟิต, ยูกิ โอฮาชิ เอ็นหลังต้นขาและยังไม่พร้อม, ยูริ ริเบโร่ เอ็นหลังต้นขาและยังไม่พร้อม, ลูอิส มิลเลอร์ เอ็นร้อยหวายและยังหมดสิทธิ์
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้
ไบรอัน แบร์รี่-เมอร์ฟี่ พาทีมปลดล็อกชัยชนะในลีกได้สำเร็จด้วยการเปิดบ้านชนะ ชาร์ลตัน แอธเลติก 3-1 หลังจากก่อนหน้านั้นมีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเกมเยือนที่ยังไม่ชนะในลีกฤดูกาลนี้ ระบบหลัก 4-2-3-1 เน้นการต่อบอลจากแดนหลังและใช้ แจ็ค มอยแลน, คริส วิลล็อค และ ยูเซฟ ซาเลช เป็นแกนเกมรุก การสวนกลับเมื่อแย่งบอลได้มีความอันตราย แต่จุดที่ต้องระวังคือแนวรับซึ่งเสียประตูถึง 12 ลูกจากแปดนัด และเกมนี้ยิ่งมีข้อจำกัดเพราะ กรึสเตียน บีแยลิก ติดโทษแบนสองนัดและหมดสิทธิ์ลงสนาม ขณะที่ วิล ฟิช, คาลัม แชมเบอร์ส, รูบิน โคลวิลล์ และ อิซาค เดวิส ยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ ทำให้การรับมือเกมริมเส้นและลูกโจมตีต่อเนื่องของเจ้าบ้านอาจเป็นจุดชี้ขาดสำคัญ
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : กรึสเตียน บีแยลิก
ตัวเจ็บ : วิล ฟิช ไส้เลื่อนและยังหมดสิทธิ์, คาลัม แชมเบอร์ส เข่าและยังไม่พร้อม, รูบิน โคลวิลล์ ข้อเท้าและยังไม่พร้อม, อิซาค เดวิส กล้ามเนื้อและยังไม่พร้อม, ดีแลน ลอว์เลอร์ กล้ามเนื้อและยังต้องรอทดสอบความฟิต
ตอกย้ำความมั่นใจ
ภาพรวมเป็นเกมที่สูสีมาก แบล็คเบิร์นได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและสภาพทีมที่เริ่มมีตัวเลือกกลับมาเพิ่ม อีกทั้งเกมรุกสองนัดหลังผลิตได้ถึงห้าประตู ขณะที่คาร์ดิฟฟ์เพิ่งเรียกความมั่นใจจากชัยชนะนัดล่าสุดและมีจังหวะสวนกลับที่สร้างปัญหาให้เจ้าบ้านได้ตลอด ตลาดก่อนเกมให้น้ำหนักทั้งสองฝ่ายใกล้เคียงกันมาก โดยคาร์ดิฟฟ์ดูเหนือกว่าเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อพิจารณาฟอร์มเยือนซึ่งยังไม่ชนะในลีก ประกอบกับการขาด กรึสเตียน บีแยลิก และแนวรับหลายราย ทำให้ความแข็งแกร่งในแดนหลังลดลงชัดเจน แบล็คเบิร์นจึงมีโอกาสครองพื้นที่และสร้างแรงกดดันมากกว่า อย่างไรก็ตามเจ้าบ้านเองก็ยังเสียประตูง่ายเมื่อเกมเปิด จึงมีโอกาสสูงที่ทั้งสองทีมจะแบ่งช่วงเวลาคุมเกมกันและจบแบบสูสี โดยภาพรวมให้น้ำหนักแบล็คเบิร์นเล็กน้อยแต่ผลเสมอดูมีความเป็นไปได้มากที่สุด
แสดงความคิดเห็น