พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันที่ 17 ตุลาคม 2569 เวลา 18:30 น.
สนามแข่งขัน : ฮิลล์ ดิกคินสัน สเตเดียม
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
เอฟเวอร์ตัน 3-0 เชลซี
เชลซี 2-0 เอฟเวอร์ตัน
เชลซี 1-0 เอฟเวอร์ตัน
เอฟเวอร์ตัน 0-0 เชลซี
เชลซี 6-0 เอฟเวอร์ตัน
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
เอฟเวอร์ตัน
ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 เอฟเวอร์ตัน (เสมอ)
เอฟเวอร์ตัน 1-0 อิปสวิช ทาวน์ (ชนะ)
เอฟเวอร์ตัน 1-0 วูล์ฟแฮมป์ตัน (ชนะ)
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 0-0 เอฟเวอร์ตัน (เสมอ)
เอฟเวอร์ตัน 2-2 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (เสมอ)
เชลซี
เชลซี 5-1 บอร์นมัธ (ชนะ)
เบรนท์ฟอร์ด 3-0 เชลซี (แพ้)
เชลซี 2-2 ฮัลล์ ซิตี้ (เสมอ)
เชลซี 6-3 ลีดส์ ยูไนเต็ด (ชนะ)
อาร์เซน่อล 2-1 เชลซี (แพ้)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
เอฟเวอร์ตัน
เอฟเวอร์ตัน ภายใต้การคุมทีมของ เดวิด มอยส์ กำลังทำผลงานได้อย่างเหนียวแน่น หลังผ่านการแข่งขันพรีเมียร์ลีก 6 นัดแรกโดยยังไม่แพ้ใคร เก็บได้ 10 คะแนน รั้งอันดับ 5 ของตาราง แม้เกมล่าสุดจะทำได้เพียงบุกเสมอ ฮัลล์ ซิตี้ 2-2 แต่ภาพรวมยังถือว่าน่าพอใจ โดยเฉพาะผลงานในบ้านที่ชนะ 2 เสมอ 1 จาก 3 นัด และเสียเพียง 2 ประตู จุดแข็งสำคัญอยู่ที่การจัดระเบียบเกมรับและการเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว มอยส์คาดว่าจะใช้ระบบ 4-2-3-1 วาง จอร์แดน พิคฟอร์ด เฝ้าเสา โดยมี เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ และ ไมเคิล คีน เป็นแกนหลักในแนวรับ ขณะที่ เจมส์ การ์เนอร์ ทำหน้าที่เชื่อมเกมแดนกลางร่วมกับ แฮร์ริสัน อาร์มสตรอง ส่วนเกมรุกฝากความหวังไว้กับ เบรนแนน จอห์นสัน, แจ็ค กรีลิช และ เคียร์แนน ดิวส์บิวรี่-ฮอลล์ ซึ่งเพิ่งทำหนึ่งประตูพร้อมหนึ่งแอสซิสต์ในเกมล่าสุด คอยสนับสนุน ธีร์โน่ แบร์รี่ กองหน้าตัวเป้าที่เพิ่งมีชื่อบนสกอร์บอร์ดเช่นกัน ประเด็นสำคัญคือความพร้อมของ วิตาลี่ มิโคเลนโก้ แบ็กซ้ายที่พลาดเกมก่อนเพราะมีอาการบาดเจ็บรบกวนและยังต้องรอทดสอบความฟิต หากลงไม่ได้ จาร์ราด แบรนธ์เวต อาจต้องรับหน้าที่แบ็กซ้ายต่อไป ซึ่งส่งผลต่อการเติมเกมริมเส้น อย่างไรก็ตาม เอฟเวอร์ตันมีสถิติการเล่นในบ้านกับเชลซีที่แข็งแกร่ง และการรักษาความกระชับระหว่างแนวรับกับแดนกลางจะเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือเกมรุกของทีมเยือน
แผนการเล่น : 4-2-3-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : วิตาลี่ มิโคเลนโก้ มีอาการบาดเจ็บรบกวนบริเวณขา พลาดการแข่งขันนัดล่าสุด และยังต้องรอทดสอบความฟิตก่อนเกมนี้
เชลซี
เชลซี ของกุนซือ ชาบี อลอนโซ่ กลับมาเรียกความมั่นใจได้อย่างยอดเยี่ยมหลังเปิดบ้านถล่ม บอร์นมัธ 5-1 ในเกมลีกนัดล่าสุด ส่งผลให้เก็บเพิ่มเป็น 10 คะแนนจาก 6 นัด รั้งอันดับ 6 ของตาราง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ประสิทธิภาพเกมรุกซึ่งยิงไปแล้ว 15 ประตู แต่ปัญหาสำคัญยังเป็นเกมรับที่เสียถึง 13 ประตู สะท้อนให้เห็นว่าทีมมีความสามารถในการสร้างโอกาสสูง แต่ยังเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งโจมตีได้ง่าย โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนจากเกมรุกกลับมาเป็นเกมรับ อลอนโซ่มีแนวโน้มใช้ระบบ 3-4-2-1 เน้นการครองบอลและสร้างความได้เปรียบในพื้นที่ระหว่างแนวรับกับแดนกลางของคู่แข่ง โดยมี มอยเซส ไกเซโด้ ซึ่งกลับมาลงสนามแล้ว เป็นกำลังสำคัญในการตัดเกมร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ส่วนเกมรุกมี โคล พาลเมอร์, มอร์แกน โรเจอร์ส และ ชูเอา เปโดร เป็นตัวอันตราย โดยเฉพาะ ชูเอา เปโดร ที่กำลังมีส่วนร่วมกับประตูอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ เปโดร เนโต้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญในการโจมตีริมเส้น อย่างไรก็ตาม สภาพทีมยังมีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บ โดย เจมี่ บายโน-กิตเทนส์ มีอาการบาดเจ็บข้อเท้าและยังไม่พร้อมลงสนาม ส่วน เอ็มมานูเอล เอเมก้า ยังมีปัญหาเรื่องความฟิต ขณะที่ รีซ เจมส์ มีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าและต้องรอประเมินความพร้อมอีกครั้ง ปัญหาที่น่ากังวลเพิ่มเติมคือผลงานเกมเยือนซึ่งแพ้ไปแล้ว 2 จาก 3 นัดในลีก อีกทั้งเชลซียังยิงประตูไม่ได้ตลอดการมาเยือนเอฟเวอร์ตันในพรีเมียร์ลีก 3 ครั้งหลังสุด ทำให้เกมนี้จำเป็นต้องเล่นอย่างรัดกุมมากกว่าที่ผ่านมา
แผนการเล่น : 3-4-2-1
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : รีซ เจมส์ บาดเจ็บบริเวณหัวเข่า ต้องรอทดสอบความฟิต, เจมี่ บายโน-กิตเทนส์ บาดเจ็บข้อเท้า ยังไม่พร้อมลงสนาม, เอ็มมานูเอล เอเมก้า มีปัญหาด้านความฟิตและยังไม่พร้อมสำหรับการแข่งขัน โดยยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับกำหนดกลับมาลงสนาม
ตอกย้ำความมั่นใจ
เกมนี้ถือเป็นการพบกันของสองทีมที่มีจุดแข็งแตกต่างกันอย่างชัดเจน เอฟเวอร์ตันเน้นความรัดกุมและการเล่นอย่างมีวินัย ขณะที่เชลซีมีเกมรุกดุดันและสามารถสร้างโอกาสทำประตูได้หลากหลายกว่า อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลงานในช่วงออกสตาร์ตฤดูกาล เจ้าบ้านดูมีความสมดุลมากกว่า โดยเสียเพียง 5 ประตูจาก 6 นัด ต่างจากเชลซีที่เสียถึง 13 ประตู อีกทั้งเอฟเวอร์ตันยังไม่แพ้ใครในลีกและมีความมั่นใจจากผลงานในบ้านที่แข็งแกร่ง แม้ทีมเยือนจะได้รับการประเมินว่าเหนือกว่าเล็กน้อยจากศักยภาพเกมรุก แต่สถิติการมาเยือนสนามแห่งนี้กลับไม่เข้าทาง โดยเชลซีชนะได้เพียงครั้งเดียวจากการมาเยือนเอฟเวอร์ตัน 9 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก และไม่สามารถทำประตูได้เลยในการมาเยือน 3 ครั้งล่าสุด จุดชี้ขาดอยู่ที่การรับมือแนวรุกของ ชูเอา เปโดร และ โคล พาลเมอร์ รวมถึงความสามารถของเอฟเวอร์ตันในการใช้พื้นที่ด้านข้างและเล่นสวนกลับใส่แนวรับสามคนของทีมเยือน หากเจ้าบ้านรักษาระยะห่างระหว่างแผงหลังและแดนกลางได้ดี ก็มีโอกาสจำกัดความอันตรายของเชลซีได้มาก แต่หากปล่อยให้ทีมเยือนครองบอลในพื้นที่อันตรายอย่างต่อเนื่อง เกมอาจเปลี่ยนทิศทางได้ทันที เมื่อชั่งน้ำหนักจากฟอร์มล่าสุด ความได้เปรียบในบ้าน และปัญหาเกมรับของเชลซี มองว่าเอฟเวอร์ตันมีโอกาสต่อกรได้อย่างสูสี และน่าจะรักษาสถิติไม่แพ้ใครต่อไปได้อีกนัด โดยให้น้ำหนักเชียร์เอฟเวอร์ตันเล็กน้อย มีแนวโน้มจบลงด้วยการแบ่งคะแนนแบบมีประตูทั้งสองฝ่าย
แสดงความคิดเห็น