เจลีก ดิวิชัน 1 ญี่ปุ่น
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 เวลา 11.00 น.
สนามแข่งขัน : ไอเอไอ สเตเดียม นิฮอนไดระ
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
ชิมิสุ เอส-พัลส์ 1-0 โตเกียว เวอร์ดี้
โตเกียว เวอร์ดี้ 0-1 ชิมิสุ เอส-พัลส์
โตเกียว เวอร์ดี้ 1-1 ชิมิสุ เอส-พัลส์
โตเกียว เวอร์ดี้ 0-1 ชิมิสุ เอส-พัลส์
ชิมิสุ เอส-พัลส์ 2-1 โตเกียว เวอร์ดี้
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
ชิมิสุ เอส-พัลส์
เกียวโต ซังงะ 2-0 ชิมิสุ เอส-พัลส์ (แพ้)
ซานเฟรซเซ ฮิโรชิม่า 4-0 ชิมิสุ เอส-พัลส์ (แพ้)
ชิมิสุ เอส-พัลส์ 0-5 มาชิดะ เซลเวีย (แพ้)
ชิมิสุ เอส-พัลส์ 2-2 กัมบะ โอซาก้า (เสมอ)
โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส 2-1 ชิมิสุ เอส-พัลส์ (แพ้)
โตเกียว เวอร์ดี้
วี-วาเรน นางาซากิ 1-2 โตเกียว เวอร์ดี้ (ชนะ)
โตเกียว เวอร์ดี้ 3-1 อวิสป้า ฟูกูโอกะ (ชนะ)
โยโกฮาม่า เอฟ มารินอส 2-2 โตเกียว เวอร์ดี้ (เสมอ)
โตเกียว เวอร์ดี้ 0-4 เอฟซี โตเกียว (แพ้)
โตเกียว เวอร์ดี้ 0-2 ซานเฟรซเซ ฮิโรชิม่า (แพ้)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
ชิมิสุ เอส-พัลส์
ชิมิสุ เอส-พัลส์ ภายใต้การคุมทีมของ ทาคายูกิ โยชิดะ กำลังเผชิญช่วงเวลายากลำบาก หลังเก็บได้เพียง 14 คะแนนจาก 13 นัด รั้งอันดับ 13 ของตาราง และแพ้ถึง 4 จาก 5 เกมหลังสุดในทุกรายการ โดยเฉพาะผลงานในลีกที่แพ้ติดต่อกัน 3 นัดแบบยิงประตูไม่ได้ พร้อมเสียรวมถึง 11 ประตู สะท้อนปัญหาทั้งเกมรุกที่ขาดความเฉียบคมและแนวรับที่เสียพื้นที่ให้คู่แข่งง่ายเกินไป ล่าสุดทีมมีการฝึกซ้อมเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาด โดยกุนซือเน้นการกลับมารักษาระยะห่างระหว่างผู้เล่นและสร้างความแข็งแกร่งจากเกมรับเป็นอันดับแรก คาดว่าจะยึดระบบ 4-3-3 โดยมี ยูยะ โอกิ เฝ้าเสา พร้อม ยูจิ ทาคาฮาชิ เป็นแกนหลักในแนวรับ ขณะที่แดนกลางฝากความหวังไว้กับ มาซากิ ยูมิบะ และ เคย์ โคอิซูมิ ส่วนแนวรุกใช้ เรียว เจอร์เมน, โอ เซฮุน และ คาปิซาบา เป็นกำลังสำคัญในการสร้างโอกาสทำประตู โดยเฉพาะ เจอร์เมน ที่มีบทบาทในการจ่ายบอลทะลุช่องและเชื่อมเกมรุก อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือการเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตู รวมถึงการรับมือจังหวะสวนกลับเมื่อฟูลแบ็กเติมเกมสูง ด้านความพร้อมมีรายงานผู้เล่นบาดเจ็บหลายราย โดย เคย์ อิชิกาวะ อยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่มีปัญหาความฟิต ขณะที่ โซได ฮาสึกาวะ และ โคสุเกะ คิโนชิตะ มีรายชื่ออยู่ในข้อมูลผู้เล่นที่อาจขาดหาย แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับอาการและกำหนดกลับมาลงสนาม จึงต้องติดตามความพร้อมก่อนแข่งขันอีกครั้ง
แผนการเล่น : 4-3-3
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด
ตัวเจ็บ : เคย์ อิชิกาวะ, โซได ฮาสึกาวะ และ โคสุเกะ คิโนชิตะ มีรายงานปัญหาความพร้อม แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับบริเวณที่บาดเจ็บและสถานะการกลับมาลงสนาม
โตเกียว เวอร์ดี้
โตเกียว เวอร์ดี้ ภายใต้การนำของ นาโอกิ โซมะ กุนซือที่เข้ามารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม กำลังแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่ชัดเจน แม้ปัจจุบันยังรั้งอันดับ 17 ของตารางด้วย 11 คะแนนจาก 13 นัด แต่ผลงานช่วงหลังกลับมามีความมั่นใจมากขึ้น หลังไม่แพ้ใครติดต่อกัน 3 เกมในลีก โดยเก็บชัยชนะเหนือ อวิสป้า ฟูกูโอกะ 3-1 และ วี-วาเรน นางาซากิ 2-1 ต่อเนื่องกัน จุดเปลี่ยนสำคัญคือการจัดระเบียบเกมรุกให้มีทิศทางมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้กองหน้าสองคนเคลื่อนที่โจมตีพื้นที่ด้านหลังแนวรับคู่แข่ง คาดว่าจะใช้ระบบ 4-4-2 โดยมี อิตสึกิ โซเมโนะ และ คาซูนาริ อิชิมิ เป็นตัวเลือกสำคัญในแดนหน้า พร้อมใช้ความคล่องตัวของ เรย์ ฮิราคาวะ และ เคนยะ ฟูจิโมโตะ สนับสนุนการสร้างสรรค์เกมรุก ขณะที่ นาโอกิ ฮายาชิ เป็นแกนหลักในแนวรับ สิ่งที่น่าสนใจคือ โซเมโนะ กลับมาจากโทษแบน 2 นัดและทำประตูได้ทันทีในเกมล่าสุด จึงเป็นอาวุธสำคัญในการโจมตีแนวรับเจ้าถิ่นที่กำลังเสียความมั่นใจ อย่างไรก็ตาม ทีมยังมีจุดอ่อนเรื่องการป้องกันพื้นที่ด้านข้างและการรักษาความแน่นอนตลอด 90 นาที ด้านความพร้อม ฮิโรโตะ ยามามิ และ โคสุเกะ ไซโตะ มีรายงานปัญหาสภาพร่างกาย ขณะที่ โคคิ โมริตะ มีชื่ออยู่ในกลุ่มผู้เล่นที่ต้องติดตามความพร้อม แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่าทั้งหมดสามารถลงสนามได้เต็มที่หรือไม่
แผนการเล่น : 4-4-2
ตัวแบน : ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุด โดย อิตสึกิ โซเมโนะ พ้นโทษแบนและกลับมาลงสนามในเกมก่อนแล้ว
ตัวเจ็บ : ฮิโรโตะ ยามามิ และ โคสุเกะ ไซโตะ มีรายงานปัญหาความพร้อม แต่ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดเกี่ยวกับบริเวณที่บาดเจ็บและกำหนดกลับมา ส่วน โคคิ โมริตะ ต้องรอการยืนยันสภาพความพร้อมก่อนเกม
ตอกย้ำความมั่นใจ
แม้ ชิมิสุ เอส-พัลส์ จะได้เปรียบจากการเล่นในบ้านและมีสถิติพบกันเหนือกว่าอย่างชัดเจน หลังไม่แพ้ โตเกียว เวอร์ดี้ ตลอด 5 เกมหลังสุด โดยชนะถึง 4 นัด แต่สถานการณ์ปัจจุบันกลับแตกต่างออกไปอย่างมาก เจ้าถิ่นกำลังประสบปัญหาเกมรับอย่างหนักและยิงประตูไม่ได้มา 3 นัดติดต่อกันในลีก ขณะที่ทีมเยือนเริ่มกลับมามีความมั่นใจหลังเปลี่ยนกุนซือ โดยเฉพาะการประสานงานในแดนหน้าที่มีความรวดเร็วและโจมตีพื้นที่หลังแนวรับได้ดีขึ้น จุดชี้ขาดของเกมนี้น่าจะอยู่ที่การรับมือเกมสวนกลับและการรักษาความกระชับของแนวรับเจ้าถิ่น หาก ชิมิสุ ยังเปิดพื้นที่ระหว่างกองหลังกับกองกลางมากเกินไป มีโอกาสถูกความคล่องตัวของ โซเมโนะ และแนวรุกทีมเยือนเล่นงานได้ อย่างไรก็ตาม การกลับมาเล่นในบ้านอาจช่วยให้เจ้าถิ่นมีแรงกระตุ้นและสร้างโอกาสทำประตูได้มากขึ้น อีกทั้งทีมเยือนเองยังไม่ได้มีเกมรับที่แข็งแกร่งจนวางใจได้ เมื่อพิจารณาฟอร์มล่าสุด ความมั่นใจ และรูปแบบการเล่นของทั้งสองทีมแล้ว มองว่า โตเกียว เวอร์ดี้ มีโอกาสสร้างความแตกต่างจากจังหวะเปลี่ยนรับเป็นรุกได้ดีกว่า จึงให้น้ำหนักทีมเยือนมากกว่าเล็กน้อย โดยคาดว่าเกมจะมีการเปิดแลกกันในบางช่วงและทีมที่ใช้โอกาสได้เฉียบคมกว่าจะเป็นฝ่ายคว้าชัยชนะ
แสดงความคิดเห็น