ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ลีก A
วันที่ 6 ตุลาคม 2569 (คืนวันจันทร์) เวลา 01.45 น.
สนามแข่งขัน : สต๊าด เดอ ฟรองซ์
สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด
เบลเยียม 0-1 ฝรั่งเศส
เบลเยียม 1-2 ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศส 2-0 เบลเยียม
ฝรั่งเศส 1-0 เบลเยียม
เบลเยียม 2-3 ฝรั่งเศส
ผลการแข่งขัน 5 นัดล่าสุด
ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศส 1-1 อิตาลี (เสมอ)
เบลเยียม 0-1 ฝรั่งเศส (ชนะ)
ตุรกี 0-1 ฝรั่งเศส (ชนะ)
ฝรั่งเศส 4-6 อังกฤษ (แพ้)
ฝรั่งเศส 0-2 สเปน (แพ้)
เบลเยียม
เบลเยียม 3-0 ตุรกี (ชนะ)
เบลเยียม 0-1 ฝรั่งเศส (แพ้)
อิตาลี 0-2 เบลเยียม (ชนะ)
สเปน 2-1 เบลเยียม (แพ้)
สหรัฐอเมริกา 1-4 เบลเยียม (ชนะ)
วิเคราะห์ทีมและสภาพความพร้อม
ฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสของ ซีเนดีน ซีดาน ยังคงนำจ่าฝูงและไม่แพ้ตลอดสามนัดแรกของรายการ โดยเกมล่าสุดเสมอ อิตาลี 1-1 หลังจากก่อนหน้านั้นเก็บชัยเหนือ ตุรกี และ เบลเยียม ด้วยสกอร์ 1-0 ทั้งสองนัด แนวทางของทีมเน้นการครองบอลและใช้ความคล่องตัวของแนวรุกโจมตีพื้นที่ระหว่างแนวรับ คู่ริมเส้นอย่าง ไมเคิล โอลิเซ และ เดซีเร ดูเอ มีบทบาทสำคัญ ขณะที่ อุสมาน เดมเบเล สามารถยืนเป็นกองหน้าตัวกลางได้ การขาด คีเลียน เอ็มบัปเป้ ทำให้ประสิทธิภาพในการจบสกอร์ลดลงบ้าง แต่ตัวเลือกเกมรุกยังมีคุณภาพสูง จุดที่ต้องปรับคือแนวรับ เนื่องจาก ดาโยต์ อูปาเมกาโน ติดโทษแบนจากการถูกไล่ออกในเกมกับอิตาลี ส่วน อิบราฮิมา โกนาเต้ ยังหมดสิทธิ์จากอาการบาดเจ็บหัวเข่าขวา ทำให้ต้องปรับคู่เซ็นเตอร์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การเล่นในบ้านและความสามารถในการกดดันแดนกลางของฝรั่งเศสยังถือเป็นจุดได้เปรียบสำคัญ
แผนการเล่น : 4-3-3
ตัวแบน : ดาโยต์ อูปาเมกาโน
ตัวเจ็บ : คีเลียน เอ็มบัปเป้ บาดเจ็บหัวเข่าซ้าย หมดสิทธิ์, อิบราฮิมา โกนาเต้ บาดเจ็บหัวเข่าขวา หมดสิทธิ์
เบลเยียม
เบลเยียมของ มาร์ค ฟาน บอมเมล กลับมาสร้างความมั่นใจด้วยการถล่ม ตุรกี 3-0 หลังจากแพ้ฝรั่งเศสแบบหวุดหวิดในเกมก่อนหน้า ผลงานโดยรวมแสดงให้เห็นว่าทีมมีความอันตรายเมื่อได้เล่นเร็วและเปลี่ยนจากรับเป็นรุก แต่เกมนี้แดนกลางเสียหายหนักเพราะ เควิน เดอ บรอยน์ และ ยูริ ตีเลอมันส์ ติดโทษแบนพร้อมกัน ทำให้ภาระการคุมจังหวะน่าจะตกอยู่กับ โรเมโอ ลาเวีย, นิโกลัส ราสกิน และ ฮันส์ ฟานาเคน มากขึ้น แนวรุกยังมี ชาร์ลส์ เดอ เคเตแลร์, โดดี ลูเกบากิโอ และ มิกา ก็อดต์ส เป็นตัวเลือก รวมถึง โรเมลู ลูกากู ที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งในกรอบเขตโทษได้ จุดสำคัญของเกมคือเบลเยียมต้องพาบอลผ่านการเพรสของเจ้าถิ่นโดยไม่มีสองตัวสร้างสรรค์หลัก หากเสียบอลบริเวณกลางสนามบ่อยจะเปิดพื้นที่ให้แนวรุกความเร็วสูงของฝรั่งเศสเล่นงานได้ทันที ส่วน ไมค์ เพนเดอร์ส ยังมีปัญหาบาดเจ็บและยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่าได้รับไฟเขียวกลับมาลงสนาม
แผนการเล่น : 4-3-3
ตัวแบน : เควิน เดอ บรอยน์, ยูริ ตีเลอมันส์
ตัวเจ็บ : ไมค์ เพนเดอร์ส บาดเจ็บต้นขา ยังไม่มีข้อมูลยืนยันล่าสุดว่าพร้อมลงสนาม
ตอกย้ำความมั่นใจ
ฝรั่งเศสถือไพ่เหนือกว่าจากการเล่นในบ้าน ฟอร์มในรายการที่ยังไม่แพ้ และสถิติพบกันช่วงหลังที่ชนะเบลเยียมต่อเนื่อง จุดชี้ขาดอยู่บริเวณแดนกลาง เพราะเบลเยียมขาดทั้ง เควิน เดอ บรอยน์ และ ยูริ ตีเลอมันส์ ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการพาบอลขึ้นหน้าและการสร้างโอกาส ขณะที่ฝรั่งเศสแม้ไม่มี คีเลียน เอ็มบัปเป้ และต้องปรับแนวรับจากการขาด ดาโยต์ อูปาเมกาโน แต่แนวรุกยังมีความหลากหลาย โดยเฉพาะ ไมเคิล โอลิเซ, เดซีเร ดูเอ และ อุสมาน เดมเบเล เบลเยียมยังมีอาวุธสวนกลับและสามารถสร้างปัญหาได้หากเจ้าถิ่นเสียบอลในพื้นที่อันตราย แต่ภาพรวมฝรั่งเศสควบคุมเกมได้ดีกว่าและเคยพิสูจน์มาแล้วจากชัยชนะในการพบกันนัดก่อน แนวโน้มจึงให้น้ำหนักฝรั่งเศสเบียดคว้าสามแต้มมากกว่า และน่าเชียร์เจ้าถิ่นเล็กน้อย

แสดงความคิดเห็น