บ้านฟุตบอล เป็นเว็บไซต์อำนวย ผลบอลสดภาษาไทย ผลฟุตบอลสด ผลบอลวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง โปรแกรมบอลล่วงหน้า โปรแกรมบอลพรุ่งนี้ ตารางบอล ตารางคะแนน อัตราต่อรอง ราคาบอลไหล ราคาบอลวันนี้ ราคาบอลสด ที่อัพเดทรวดเร็ว เที่ยงตรง ถูกต้องและแม่นยำของทุกคู่ ทุกลีกทั่วโลกทั้งในและต่างประเทศ ผลบอลสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผลบอลสดลาลีกาสเปน ผลบอลสดบุนเดสลีกาเยอรมัน ผลบอลสดลีกเอิงฝรั่งเศษ ผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีก ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ผลบอลสดยูโรปาลีก ผลบอลสดฟุตบอลโลก พร้อมรายงานการแข่งขันสด แสดงรายชื่อผู้เล่นตัวจริง แจ้งเตือนการทำประตู โดนใบแดงใบเหลืองที่อัพเดทกันแบบเรียล์ไทม์ แจกทีเด็ดบอล วิเคราะห์บอล ทรรศนะบอลอย่างฟรีด้วย

โค้งสุดท้ายของฤดูกาลฟุตบอลยุโรป ทั้งศึกลีกและถ้วยเมื่อคืนนี้มีเรื่องราวน่าสนใจให้ติดตามมากมาย เชลซีบุกเอาชนะไบรท์ตัน ทำให้ลุ้นตั๋วไปเล่นถ้วยยุโรปต่อในซีซั่นหน้า ส่วนแมนฯ ยูไนเต็ด เฉือนชนะนิวคาสเซิล หนีอันดับท้ายตารางพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ในส่วนของยูเวนตุส คว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย ด้วยการเอาชนะอตาลันต้าหวุดหวิด ปิดท้ายที่ประเทศสกอตแลนด์ เซลติก คว้าแชมป์พรีเมียร์ชิพได้อีกสมัย หลังถล่มคิลมาร์น็อคยับเยิน มาติดตามรายละเอียดทั้งหมดของแต่ละคู่กันเลย

1. Brighton & Hove Albion 1 – 2 Chelsea

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Footflix)

เชลซีบุกไปเอาชนะไบรท์ตัน 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก โดยได้ประตูจากโคล พาลเมอร์ ดาวยิงฟอร์มร้อนแรงที่ยิงไปแล้ว 22 ประตูในลีกฤดูกาลนี้ กับอีกหนึ่งประตูจากคริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู ช่วยให้สิงห์บลูส์มีโอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปสูง

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Reuters)

เกมนี้เชลซีโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม นำห่างถึง 2-0 แต่ช่วงท้ายเกมมาโดนไล่ออกหนึ่งคน จากการทำฟาวล์ของรีซ เจมส์ ที่เพิ่งหายเจ็บกลับมาลงสนามนัดที่สองในปี 2024 ทำให้ไบรท์ตันได้ประตูตีไข่แตกจากแดนนี่ เวลเบ็ค ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แต่สุดท้ายเชลซีก็รักษาสกอร์ไว้ได้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Sun)

ชัยชนะนัดนี้ทำให้เชลซีขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 6 ของตาราง ซึ่งเป็นโซนยูโรป้า ลีก และจะการันตีโควตาไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้าทันทีหากเก็บแต้มได้ในเกมสุดท้ายที่จะเปิดบ้านพบบอร์นมัธ

ส่วนไบรท์ตันแพ้เป็นนัดที่ 7 จาก 9 เกมหลังสุด แต่ยังรั้งอยู่ในอันดับ 10 ของตาราง

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Chelsea Football Club)


2. Manchester United 3 – 2 Newcastle United

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Northern Echo)

แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ นิวคาสเซิล 3-2 ในเกมที่สนุกสุดมันส์ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยได้ประตูชัยจาก รัสมุส โฮจลุนด์ ที่ยิงได้ในรอบ 10 เกมหลังจากอดอยู่นาน ช่วยให้ “ปีศาจแดง” รอดพ้นจากการจบฤดูกาลด้วยอันดับต่ำสุดในรอบ 34 ปี

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Eurosport)

โคบบี้ เมน่าห์ พังประตูขึ้นนำให้เจ้าบ้านในนาทีที่ 31 ก่อนที่ แอนโธนี กอร์ดอน จะมายิงตีเสมอให้ทีมเยือนหลังจากนั้นเพียงแค่ 4 นาที

อาหมัด ดิยาลโล่ ยิงประตูแรกในลีกให้แมนฯ ยูฯ ขึ้นนำอีกครั้งช่วงต้นครึ่งหลัง ก่อนที่ โฮจลุนด์ จะมาปิดกล่องช่วยให้ทีมคว้าชัยชนะสำคัญ แม้ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ลูอิส ฮอลล์ จะยิงให้นิวคาสเซิลไล่มาเป็น 2-3 แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่นั้น

(ขอบคุณรูปภาพจาก : GiveMeSport)

ชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสไปเล่น ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ลีก ในฤดูกาลหน้า หากทำผลงานได้ดีกว่านิวคาสเซิลในเกมสุดท้าย หรือจะไปเล่นยูโรป้าลีกทันทีหากชนะ แมนฯ ซิตี้ ในศึกเอฟเอคัพรอบชิงชนะเลิศ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The New York Times)

ด้านนิวคาสเซิล ยังคงสถิติแพ้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดต่อเนื่อง นัดนี้จริงๆ เกือบได้แต้มกลับบ้าน แต่ดันมาพลาดเองหลายจังหวะสำคัญ ทั้งประตูแรกที่เสียไปแบบง่ายๆ และลูกสวนกลับ 3 ต่อ 1 แต่ยิงพลาด ตอนนี้ต้องชนะเบรนท์ฟอร์ดให้ได้ในนัดสุดท้าย เพื่อการันตีอันดับท็อปเซเว่นครั้งแรกในรอบ 20 ปี


3. Atalanta 0 – 1 Juventus

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Everardo Herrera)

ยูเวนตุสผงาดคว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย สมัยที่ 15 หลังเอาชนะ อตาลันต้า 1-0 ในเกมนัดชิงชนะเลิศที่สตาดิโอ โอลิมปิโก กรุงโรม เมื่อคืนนี้ เป็นถ้วยแชมป์แรกในรอบ 3 ปีของ “ม้าลาย”

(ขอบคุณรูปภาพจาก : ESPN)

ดูซาน วลาโฮวิช กองหน้าชาวเซอร์เบียเหมาทำประตูชัยตั้งแต่นาทีที่ 4 จากจังหวะที่ได้บอลจาก อันเดรีย คัมเบียโซ่ ก่อนยิงเข้าไปจากระยะ 12 หลา ช่วงท้ายเกมเขายังมีอีกประตูแต่ไม่ได้ เพราะล้ำหน้า

อตาลันต้าเกือบตีเสมอได้หลายครั้ง ทั้งอเดโมล่า ลุคแมน ที่ยิงชนเสา รวมถึง ฟาบิโอ มิเร็ตติ ของยูเว่ที่ซัดไม่ผ่านคานเช่นกัน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Football Italia)

ช่วงท้ายเกม มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือยูเว่ที่เพิ่งทำลายสถิติคว้าแชมป์รายการนี้ 5 สมัย โดนไล่ออกจากสนามไปด้วย เพราะไปโวยวายใส่ผู้ตัดสิน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : BBC)

ความพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้ อตาลันต้า ต้องรอคว้าแชมป์ต่อไป หลังครั้งสุดท้ายที่ได้ถ้วยต้องย้อนไปในปี 1963 แต่พวกเขายังมีอีกหนึ่งโอกาสในสัปดาห์หน้า เมื่อจะลงชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่กรุงดับลิน


4. Kilmarnock 0 – 5 Celtic

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Sky Sports)

เซลติก คว้าแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ สมัยที่ 12 ในรอบ 13 ฤดูกาลได้สำเร็จ หลังบุกไปถล่ม คิลมาร์น็อค 5-0 ณ สนามรักบี้ พาร์ค ในเกมนัดรองสุดท้ายของฤดูกาล ถือเป็นการโชว์ฟอร์มที่ยอดเยี่ยมที่สุดนัดหนึ่งของพวกเขาในซีซั่นนี้เลยก็ว่าได้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : STV News)

แม้ก่อนหน้านี้ เซลติก เพิ่งมาแพ้ที่นี่ถึง 2 นัดติด แต่วันนี้พวกเขาออกสตาร์ทได้อย่างดุดัน นำไปก่อนถึง 2-0 ตั้งแต่ 12 นาทีแรก จาก อดัม อิดาห์ และ ไดเซ็น มาเอดะ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Scottish Su)

ช่วงท้ายครึ่งแรก เจมส์ ฟอร์เรสต์ มาบวกลูกที่ 3 ให้ทีมเยือน ก่อนที่ครึ่งหลัง แมตต์ โอไรลี่ย์ จะโชว์ฟอร์มสุดยอด ซัดไกลเต็มข้อตุงตาข่าย และมาปิดกล่องด้วยประตูที่ 5 ของทีม กับลูกที่ 18 ของตัวเองในฤดูกาลนี้

ช่วงท้ายเกม คิลมาร์น็อค เกือบได้ประตูตีไข่แตกจาก แดนนี่ อาร์มสตรอง แต่ไม่ได้ เพราะผู้ตัดสินเช็ค VAR เห็นว่า มาร์ลีย์ วัตกินส์ ล้ำหน้าในจังหวะนั้น

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Independent)

แม้ความพ่ายแพ้ครั้งนี้จะไม่ส่งผลอะไรกับอันดับที่ 4 ของพวกเขา แต่ก็ต้องยอมรับว่าโดน เซลติก บดขยี้ไปอย่างราบคาบจริงๆ ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส สมควรได้แชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 54 ไปครอง ด้วยการเล่นที่เหนือชั้นกว่าแบบนี้


สรุป ผลฟุตบอลเมื่อคืนนี้เป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความมันส์ของวงการฟุตบอลยุโรป ทั้งในศึกลีกและถ้วยต่างๆ โดยในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เชลซี บุกไปเอาชนะ ไบรท์ตัน 2-1 จากประตูของ โคล พาลเมอร์ และ คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู ทำให้พวกเขามีโอกาสสูงในการคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปฤดูกาลหน้า ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านเฉือนชนะ นิวคาสเซิล 3-2 โดยได้ประตูชัยจาก รัสมุส โฮจลุนด์ พาทีมรอดตกรอบตัดเชือก พร้อมลุ้นตั๋วไปเตะถ้วยยุโรป ส่วนที่อิตาลี ยูเวนตุส คว้าแชมป์โคปปา อิตาเลีย สมัยที่ 15 หลังเอาชนะ อตาลันต้า 1-0 จากประตูโทนของ ดูซาน วลาโฮวิช ปิดท้ายที่ลีกสกอตแลนด์ เซลติก ถล่ม คิลมาร์น็อค 5-0 ผงาดคว้าแชมป์สกอตติช พรีเมียร์ชิพ สมัยที่ 12 ในรอบ 13 ปี และเป็นสมัยที่ 54 ของสโมสร