บ้านฟุตบอล เป็นเว็บไซต์อำนวย ผลบอลสดภาษาไทย ผลฟุตบอลสด ผลบอลวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง โปรแกรมบอลล่วงหน้า โปรแกรมบอลพรุ่งนี้ ตารางบอล ตารางคะแนน อัตราต่อรอง ราคาบอลไหล ราคาบอลวันนี้ ราคาบอลสด ที่อัพเดทรวดเร็ว เที่ยงตรง ถูกต้องและแม่นยำของทุกคู่ ทุกลีกทั่วโลกทั้งในและต่างประเทศ ผลบอลสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผลบอลสดลาลีกาสเปน ผลบอลสดบุนเดสลีกาเยอรมัน ผลบอลสดลีกเอิงฝรั่งเศษ ผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีก ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ผลบอลสดยูโรปาลีก ผลบอลสดฟุตบอลโลก พร้อมรายงานการแข่งขันสด แสดงรายชื่อผู้เล่นตัวจริง แจ้งเตือนการทำประตู โดนใบแดงใบเหลืองที่อัพเดทกันแบบเรียล์ไทม์ แจกทีเด็ดบอล วิเคราะห์บอล ทรรศนะบอลอย่างฟรีด้วย

สวัสดีแฟนบอลทุกท่านครับ วันนี้ผมมีผลบอลเมื่อคืนมาอัปเดตให้ทุกคนได้ทราบกันอีกเช่นเคย

เริ่มต้นกันที่ศึก ลาลีกา สเปน เมื่อคืนนี้ บาร์เซโลน่า บุกไปเอาชนะ เซบีย่า มาได้ 2-1 จากการทำประตูของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ เฟร์มิน โลเปซ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นเกมส่งท้ายที่แสนเศร้าของกุนซือ ชาบี เอร์นานเดซ ที่ต้องจากทีมไปด้วยมือเปล่า ไร้แชมป์ในฤดูกาลนี้ และจบอันดับ 2 ของตาราง

ต่อกันที่ศึกเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ที่สนามเวมบลีย์ เซาแธมป์ตัน เฉือนชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปอย่างสุดมัน 1-0 จากประตูชัยของ อดัม อาร์มสตรอง ทำให้ทีมนักบุญได้กลับไปเล่นพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลหน้าทันที ส่วนลีดส์ต้องอดทนรออีกปีในการหวนกลับสู่ลีกสูงสุด นับเป็นครั้งที่ 6 แล้วที่พวกเขาชวดตั๋วเลื่อนชั้นจากเพลย์ออฟ

ปิดท้ายที่ เวทีกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี แชมป์เก่าอย่าง อินเตอร์ มิลาน ปิดฤดูกาลด้วยการเปิดบ้านเสมอกับ เวโรน่า 2-2 โดยได้สองประตูจากผู้เล่นคนเดียวอย่าง มาร์โก อาร์เนาโตวิช ส่วน นาโปลี อีกหนึ่งทีมดังต้องลุ้นกันต่อไปว่าจะได้ไปเล่นในยุโรปหรือไม่ หลังทำได้เพียงเสมอกับ เลชเช่ 0-0 ในบ้านของตัวเอง


1. เซบีย่า 1 – 2 บาร์เซโลน่า

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : FC Barcelona Noticias)

บาร์เซโลน่าจบฤดูกาลด้วยชัยชนะ 2-1 เหนือเซบีย่าในลาลีกาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่ก็เป็นการอำลาอันขมขื่นสำหรับโค้ชชาบี เอร์นานเดซ หลังจบฤดูกาลที่ไร้แชมป์ และจบอันดับ 2 ตามหลังแชมป์อย่างเรอัล มาดริด ถึง 10 แต้ม นี่เป็นเกมสุดท้ายของชาบีที่ถูกปลดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากที่บาร์ซ่าทำผลงานน่าผิดหวังในฤดูกาลนี้ ทั้งแพ้เรอัล มาดริดในนัดชิงสแปนิช ซูเปอร์ คัพ และตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยน้ำมือของเปแอสเช

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Barca Blaugranes)

ชาบีกล่าวว่า “ผมว่าผลงานของเราไม่ได้รับการชื่นชมมากพอนะ ปีที่แล้วเราก็ทำดับเบิ้ลแชมป์ (ลาลีกาและซูเปอร์คัพ) แต่ปีนี้เรามาสะดุดเพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ผมจากไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เพราะงานที่ทำมันดีอยู่แล้วถึงแม้เราจะไม่ได้แชมป์ก็ตาม ผมคิดว่าเรากำลังอยู่ในเส้นทางที่ถูกต้อง”

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Jogada 10)

บาร์เซโลน่าเริ่มเกมได้อย่างดุดันตั้งแต่ต้น และขึ้นนำในนาทีที่ 15 จากประตูของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ยิงประตูที่ 19 ในลีกฤดูกาลนี้จากระยะประชิด หลังจากรับบอลจากการเปิดของ กานเซโล่ เซบีย่าตีเสมอได้จากลูกยิงของยูสเซฟ เอน-เนสรี่ในนาทีที่ 31 และเกือบทำประตูขึ้นนำอีกครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะ มาร์ค-อังเดร แทร์ สเตเก้น ได้ ก่อนที่บาร์ซ่าจะมาได้ประตูชัย จากเฟร์มิน โลเปซ ในนาทีที่ 60

(ขอบคุณรูปภาพจาก : FC Barcelona)

แทร์ สเตเก้นกล่าวว่า “วันนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดที่จะพูดถึงอนาคต แต่เรามีผู้เล่นที่ดีมากมาย เราต้องพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้ในแต่ละคน เพื่อที่จะสามารถสู้กับใครก็ได้ในปีหน้า” “ชาบีให้อะไรกับพวกเรามากมายเสมอ เขาทำงานหนักทุกวันเพื่อให้เราประสบความสำเร็จ ในแง่ส่วนตัวเขาเป็นเพื่อนมานานหลายปี และมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะต้องปล่อยให้เขาจากไป”


2. ลีดส์ ยูไนเต็ด 0 – 1 เซาแธมป์ตัน

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Leeds United Official)

เซาแธมป์ตันกลับสู่พรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ หลังเอาชนะลีดส์ ยูไนเต็ด 1-0 ในรอบชิงชนะเลิศเพลย์ออฟแชมเปี้ยนชิพเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ทำให้พวกเขาได้กลับสู่ลีกสูงสุดของอังกฤษทันที หลังจากตกชั้นไปเมื่อปี 2023

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Sun)

การเลื่อนชั้นครั้งนี้ จะทำให้เซาแธมป์ตันได้รับเงินอย่างน้อย 140 ล้านปอนด์ (ประมาณ 178 ล้านเหรียญสหรัฐ) ตามการวิเคราะห์ของ Deloitte’s Sports Business Group อดัม อาร์มสตรอง เป็นฮีโร่ของเซาแธมป์ตันในนัดนี้ เมื่อยิงประตูชัยในครึ่งแรก ซึ่งเพียงพอที่จะเอาชนะลีดส์ที่พยายามตีเสมอแต่ไม่สำเร็จ โดยลูกยิงของแดเนียล เจมส์ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง เกือบเป็นประตูตีเสมอ แต่บอลไปชนคานในช่วงท้ายครึ่งหลัง

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Times)

เซาแธมป์ตันจะได้เล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลหน้า ร่วมกับเลสเตอร์ ซิตี้ และอิปสวิช ทาวน์ ที่หลังขาดหายไปจากลีกสูงสุดถึง 22 ปี ส่วนเลสเตอร์ก็กลับมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้ในความพยายามครั้งแรก หลังตกชั้นเมื่อปีที่แล้ว

(ขอบคุณรูปภาพจาก : talkSPORT)

ส่วนลีดส์ ที่มีกลุ่มเจ้าของชาวสหรัฐฯ ซึ่งมีนักกอล์ฟแชมป์เมเจอร์อย่างจอร์แดน สปีธ และจัสติน โธมัส ร่วมอยู่ด้วย ก็ยังคงประสบความผิดหวังในรอบเพลย์ออฟต่อไป นี่เป็นครั้งที่ 6 แล้วที่ลีดส์ไม่สามารถเลื่อนชั้นผ่านรอบเพลย์ออฟได้ แถมยังเจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม เพราะพวกเขาจบอันดับ 3 ในฤดูกาลปกติ สูงกว่าเซาแธมป์ตันที่จบอันดับ 4 อยู่ 3 แต้ม และพลาดโอกาสเลื่อนชั้นโดยอัตโนมัติ หลังชนะแค่ 1 ใน 6 เกมสุดท้าย

แจ็ค สตีเฟนส์ กองหลังเซาแธมป์ตัน กล่าวว่า “ผมคิดว่าเราอาจเล่นไม่ดีที่สุดในวันนี้ แต่เราก็แสดงให้เห็นอีกด้านนึง หลายคนสงสัยเราในฤดูกาลนี้ว่าเราจะป้องกันได้ไหม เราจะสู้ได้ไหม ผมคิดว่าเราแสดงให้เห็นแล้วว่าเราทำได้”

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Independent)

นี่เป็นชัยชนะครั้งที่ 3 ของเซาแธมป์ตันเหนือลีดส์ในฤดูกาลนี้ โดยชนะกันได้ทั้งในบ้าน, นอกบ้าน และตอนนี้ก็ที่เวมบลีย์ด้วย เซาแธมป์ตันเป็นทีมเก่าของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ริชิ สุนัก และมีเจ้าของเป็น Sport Republic บริษัทด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมกีฬาและบันเทิง ที่มี ดราแกน โซลัค ผู้ก่อตั้งยูไนเต็ด กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมแห่งยุโรปตะวันออกเป็นหัวหน้า โซลัคอยู่ที่เวมบลีย์ด้วย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าสุนักได้ไปดูเกมนี้หรือไม่


3. เวโรน่า 2 – 2 อินเตอร์ มิลาน

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : SPORTS TV)

อินเตอร์ มิลาน แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา จบฤดูกาลด้วยการเสมอกับเวโรน่า 2-2 ในเกมส่งท้าย โดยได้ประตูจาก มาร์โก อาร์เนาโตวิช 2 ลูก

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Goal.com)

อาร์เนาโตวิชพาอินเตอร์ขึ้นนำก่อน แต่เวโรน่าตามตีเสมอได้จากทิจานี่ เนาสลิน ในนาทีที่ 16 และ โทมัส ซูซอฟ ยิงให้เวโรน่าแซงนำ ก่อนที่อาร์เนาโตวิชจะมายิงประตูตีเสมอให้อินเตอร์ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก ในขณะเดียวกัน โฟรซิโนเน่ ต้องตกชั้นจากเซเรีย อา หลังพ่ายให้กับอูดิเนเซ่ 0-1 ในบ้านของตัวเอง ส่วนเอ็มโปลี เอาชนะโรม่าไป 2-1 จากประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บของเอ็มบาเย่ เนียง ทำให้พวกเขารอดพ้นการตกชั้นไปได้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : oGol)

อูดิเนเซ่ ที่อยู่ในโซนตกชั้น เฉือนชนะโฟรซิโนเน่ได้จากประตูท้ายเกมของคีแนน เดวิส ส่งให้โฟรซิโนเน่ต้องร่วงลงไปเล่นในลีกรองในฤดูกาลหน้าแน่นอนแล้ว ขณะที่เอ็มโปลี รอดหวุดหวิดจากการมีแต้มมากกว่าแค่ 1 แต้ม หลังจบเกมแฟนบอลถึงกับวิ่งลงมากอดกันกลางสนาม

(ขอบคุณรูปภาพจาก : 90Min.com)

โฟรซิโนเน่จบอันดับรองสุดท้าย ตามหลังซาแลร์นิตานาที่ต้องตกชั้นไปก่อนหน้านี้ หลังพ่ายต่อโฟรซิโนเน่ 0-3 เมื่อเดือนที่แล้ว และซาสซูโอโล่ที่รู้ชะตากรรมของตัวเองเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว หลังแพ้คายารี่ 0-2


4. นาโปลี 0 – 0 เลชเช่

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : DAZN Italia)

นาโปลี หมดสิทธิ์ลุยถ้วยยุโรปในฤดูกาลหน้าแล้ว หลังจากทำได้แค่เสมอกับเลชเช่ในบ้าน 0-0 ในเกมลีกนัดปิดฤดูกาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แชมป์เก่าจากซีซั่นที่แล้วจบอันดับ 10 มี 53 คะแนน เท่ากับโตริโน่ที่จบอันดับ 9 ซึ่งในวันเดียวกันนั้นก็แพ้ให้อตาลันต้า 0-3

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Football Italia)

ถึงแม้จะแพ้ แต่โตริโน่ก็ยังมีลุ้นไปเล่นถ้วยคอนเฟอเรนซ์ลีก รอบเพลย์ออฟ หากว่าฟิออเรนติน่าที่อยู่อันดับ 8 และยังเหลือโปรแกรมตกค้างอีก 1 นัด จะคว้าแชมป์ถ้วยนี้ได้สำเร็จ โดยพวกเขาจะลงชิงชนะเลิศพบกับโอลิมเปียกอส จากกรีซ ในวันพุธนี้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : il Giornale)

นาโปลี ต้องการชัยชนะเพื่อรักษาความหวังลุยยุโรปเอาไว้ แต่ถึงแม้จะยิงไป 24 ครั้ง โดยเป็นลูกออนเป้า 5 ครั้ง พวกเขาก็จบฤดูกาลด้วยสถิติไม่ชนะใคร 7 นัดติดต่อกัน ไซริล เอ็นกองเก้ ตัวสำรอง มีโอกาสพานาโปลีขึ้นนำหลังจากเริ่มครึ่งหลังได้ไม่นาน แต่ก็โดน วลาดิมิโร ฟัลโคเน่ นายทวารเลชเช่ เซฟไว้ได้ จากนั้น เจนส์ คายุสเต้ ก็ได้ซัดเสาไกล ตามมาด้วยเอ็นกองเก้ที่ได้ยิงชนคาน ในนาทีที่ 64

(ขอบคุณรูปภาพจาก : CalcioMercato.com)

ขณะที่อตาลันต้า แชมป์ยูโรป้าลีก การันตีอันดับ 4 เป็นอย่างน้อยแล้ว หลังได้ประตูจาก เจียนลูก้า สคามัคก้า, อเดโมลา ลุคแมน และ มาริโอ ปาซาลิช ช่วยกันยิงให้ทีมถล่มโตริโน่ 3-0 พวกเขามี 69 คะแนน แต่ก็ยังมีโอกาสแซงยูเวนตุสที่อยู่อันดับ 3 ซึ่งมี 71 คะแนนได้ หากชนะฟิออเรนติน่าในเกมตกค้างนัดสุดท้าย ในวันอาทิตย์หน้า


สรุป ผลบอลเมื่อคืน บาร์เซโลน่า ปิดฉากฤดูกาลด้วยชัยเหนือ เซบีย่า 2-1 แต่ก็ต้องอำลา โค้ชชาบี ไปด้วยอารมณ์เศร้า หลังพลาดแชมป์ทุกรายการและจบอันดับ 2 ส่วนที่อังกฤษ เซาแธมป์ตัน เฉือนชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-0 ทำให้ได้เลื่อนชั้นกลับสู่พรีเมียร์ลีกทันที ขณะที่ ลีดส์ ชวดไปต่อเป็นครั้งที่ 6 แล้ว ด้านศึกเซเรีย อา อิตาลี อินเตอร์ มิลาน แชมป์เก่า เปิดรังเจ๊า เวโรน่า 2-2 ปิดซีซั่น โดยมี โฟรซิโนเน่ ที่ร่วงตกชั้นเป็นทีมสุดท้าย ตามหลัง ซาแลร์นิตานา และ ซาสซูโอโล่ ไปก่อนหน้านี้ ปิดท้ายกันที่ทีมแชมป์ ยูโรป้าลีก อย่าง อตาลันต้า ซิวอันดับ 4 ตีตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก ส่วน นาโปลี อดไปเตะถ้วยยุโรป หลังทำได้แค่เจ๊า เลชเช่ 0-0 จบอันดับ 10 ของตาราง