บ้านฟุตบอล เป็นเว็บไซต์อำนวย ผลบอลสดภาษาไทย ผลฟุตบอลสด ผลบอลวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง โปรแกรมบอลล่วงหน้า โปรแกรมบอลพรุ่งนี้ ตารางบอล ตารางคะแนน อัตราต่อรอง ราคาบอลไหล ราคาบอลวันนี้ ราคาบอลสด ที่อัพเดทรวดเร็ว เที่ยงตรง ถูกต้องและแม่นยำของทุกคู่ ทุกลีกทั่วโลกทั้งในและต่างประเทศ ผลบอลสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผลบอลสดลาลีกาสเปน ผลบอลสดบุนเดสลีกาเยอรมัน ผลบอลสดลีกเอิงฝรั่งเศษ ผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีก ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ผลบอลสดยูโรปาลีก ผลบอลสดฟุตบอลโลก พร้อมรายงานการแข่งขันสด แสดงรายชื่อผู้เล่นตัวจริง แจ้งเตือนการทำประตู โดนใบแดงใบเหลืองที่อัพเดทกันแบบเรียล์ไทม์ แจกทีเด็ดบอล วิเคราะห์บอล ทรรศนะบอลอย่างฟรีด้วย

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วงการฟุตบอลยุโรปมีเกมการแข่งขันที่น่าสนใจหลายคู่ โดยไฮไลท์อยู่ที่ศึก เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สามารถคว้าแชมป์ไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังเฉือนชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่รักคู่แค้น 2-1 ส่วนกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี นัดปิดฤดูกาล ยูเวนตุส เปิดบ้านชนะ มอนซ่า 2-0 จบอันดับ 3 ของตาราง ด้าน เอซี มิลาน เสมอ ซาแลร์นิตาน่า 3-3 ในเกมอำลาของ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ขณะที่ศึกสกอตติช คัพ รอบชิงชนะเลิศ เป็น เซลติก ที่เฉือน เรนเจอร์ส 1-0 จากประตูช่วงท้ายเกมของ อดัม ไอดาห์ คว้าดับเบิ้ลแชมป์แห่งปีไปครอง


1. แมนฯ ซิตี้ 1 – 2 แมนฯ ยูไนเต็ด

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : CNN)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ ด้วยฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมในเกมที่พบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเอาชนะไปได้ 2-1 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Kigali Today)

ครึ่งแรก ยูไนเต็ดเล่นได้อย่างสุดยอด ทำได้ถึง 2 ประตู จากความผิดพลาดของแนวรับและผู้รักษาประตูของซิตี้ ทำให้ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ยิงเข้าประตูไปแบบง่ายๆ ต่อด้วยประตูที่สองจากการจบสกอร์สุดสวยของ ค็อบบี้ เมนโน ขณะที่ อองเดร โอนาน่า นายทวารของยูไนเต็ด ต้องเซฟเพียงครั้งเดียวในครึ่งแรก

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Eurosport)

ครึ่งหลัง ซิตี้พยายามไล่ตีตื้น และมาได้ประตูตีไข่แตกจาก เฌเรมี่ โดกู ในนาทีที่ 87 แต่สุดท้าย ยูไนเต็ดก็รักษาสกอร์เอาไว้ได้ เป็นแชมป์ไปอย่างน่าจดจำ แชมป์ เอฟเอ คัพ ปีนี้ ถือเป็นแชมป์ถ้วยที่สองในรอบ 2 ปี ของ เอริค เทน ฮาก กุนซือชาวดัตช์ แต่ก็มีข่าวลือเรื่องอนาคตของเขากับสโมสรอย่างหนัก แม้แต่การมองหาตัวแทนเขาก็มีแล้ว

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Afición Deportiva)

นับเป็นแชมป์ เอฟเอ คัพ สมัยที่ 13 ของยูไนเต็ด ตามหลังอาร์เซนอล เจ้าของสถิติ 14 สมัย และยังได้สิทธิ์ไปเล่น ยูโรป้า ลีก ในฤดูกาลหน้าอีกด้วย เจ้าของทีมอย่าง โจเอล และ อาฟราม เกลเซอร์ รวมถึง จิม แรทคลิฟฟ์ มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ต่างก็เข้ามาแสดงความยินดีกับเทน ฮาก หลังจบเกม

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Registro POP)

การเจอกันของทั้งคู่ในนัดชิงครั้งนี้ เป็นการรีแมตช์จากปีที่แล้ว ที่ตอนนั้นแชมป์ตกเป็นของซิตี้ แต่ครั้งนี้เรื่องราวต่างออกไป แม้ซิตี้จะครองบอลมากกว่า แต่จังหวะจบสกอร์อันตรายเป็นของยูไนเต็ด ที่มาได้ประตูขึ้นนำจากความผิดพลาดของแนวรับคู่แข่ง และมาบวกเพิ่มเป็น 2-0 จากการเล่นที่สวยงาม เมนโนเป็นคนยิงประตูปิดกล่องให้ทีม โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์หลังเกมว่า นี่เป็นฤดูกาลที่ยากลำบาก แต่เอฟเอ คัพ คือสิ่งเดียวที่พวกเขารอคอย และพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ ด้วยการเตรียมทีมอย่างยอดเยี่ยม แสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถสู้ได้และคว้าชัยชนะได้


2. ยูเวนตุส 2- 0 มอนซ่า

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Juventus)

ยูเวนตุส ปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะเหนือ มอนซ่า 2-0 ในเกมเหย้านัดสุดท้ายของศึกกัลโช่ เซเรีย อา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก เฟเดริโก้ คิเอซ่า และ อเล็กซ์ ซานโดร ในครึ่งแรก

(ขอบคุณรูปภาพจาก : CafeTV24)

ม้าลายมี 71 คะแนนจบอันดับ 3 ของตาราง แต่ยังมีโอกาสโดนทีมอันดับ 5 อย่าง อตาลันต้า ที่มี 66 คะแนน และเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด แซงได้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Eurosport)

คิเอซ่า พังประตูขึ้นนำให้ทีมในนาทีที่ 26 ก่อนที่ ซานโดร จะมาโขกประตูที่สองจากจังหวะเตะมุมในอีก 2 นาทีต่อมา

(ขอบคุณรูปภาพจาก : beIN SPORTS)

ครึ่งหลัง ยูเว่ เกือบได้ประตูที่สาม จากจังหวะยิงนอกกรอบของ คิเอซ่า แต่บอลไปชนคาน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Sportmediaset)

ส่วน มอนซ่า จบอันดับ 12 ของตาราง มี 45 คะแนน


3. เอซี มิลาน 3 – 3 ซาแลร์นิตาน่า

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Serie A)

เอซี มิลาน จบฤดูกาลด้วยผลเสมอน่าผิดหวัง 3-3 กับ ซาแลร์นิตาน่า ทีมตกชั้น ในเกมเหย้านัดสุดท้าย ซึ่งเป็นนัดอำลาสโมสรของกุนซือ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ และกองหน้าอย่าง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ มิลาน ออกนำไปก่อน 2-0 จาก ราฟาเอล เลอาว และ ชิรูด์ แต่ครึ่งหลัง ซาแลร์ ไล่มาเป็น 1-2 จาก ซิเมออน เอ็นวานโคว ก่อนที่ ดาวิเด้ คาลาเบรีย จะโขกประตูให้ มิลาน หนีห่างเป็น 3-1

(ขอบคุณรูปภาพจาก : AC Milan)

แต่ช่วงท้ายเกม แซมเบีย และ เอ็นวานโคว มายิงคนละประตู ตีเสมอให้ทีมเยือนแบบสุดช็อค แฟนบอล มิลาน ได้กล่าวคำอำลา ปิโอลี่ ที่จะจากทีมไปหลังจบฤดูกาลที่น่าผิดหวัง แม้เขาจะพาทีมคว้าสคูเด็ตโต้เมื่อปี 2022 แต่ฤดูกาลนี้ มิลาน จบอันดับสองของตาราง มี 75 คะแนน ตามหลัง อินเตอร์ มิลาน 18 แต้ม

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Sempre Milan)

มิลาน ยังตกรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ร่วงตกรอบ 8 ทีม ยูโรป้า ลีก ด้วยน้ำมือของ โรม่า อีกต่างหาก หลังจบเกม ปิโอลี่ ได้ขึ้นกล่าวบนสนามเพื่อขอบคุณแฟนๆ โดยบอกว่า “เรา แพ้ด้วยกัน ทุกข์ด้วยกัน ชนะและดีใจด้วยกัน พวกคุณมีพลังที่เราพยายามส่งต่อลงสนาม พวกคุณจุดไฟในหัวใจของผม และมันจะติดอยู่ตลอดไป ผมจะไม่มีวันลืมพวกคุณ”

(ขอบคุณรูปภาพจาก : beIN SPORTS)

ปิโอลี่ ถือเป็นกุนซือที่คว้าชัย เซเรีย อา มากเป็นอันดับ 4 ตลอดกาลของสโมสร ตามหลัง คาร์โล อันเชล็อตติ, เนเรโอ ร็อคโค่ และ ฟาบิโอ คาเปลโล่

ด้าน ชิรูด์ ก็กำลังจะย้ายไปเล่นใน เมเจอร์ลีก ของสหรัฐฯ กับ ลอส แอนเจลิส เอฟซี หลังจากอยู่กับทีม 3 ปี โดยเจ้าตัวได้ลงมาเป็นตัวสำรองในนาทีที่ 84 แล้วได้รับเสียงปรบมือจากแฟนๆ ที่แน่นสนามซาน ซีโร่ เขายิงไป 49 ประตูกับ มิลาน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Goal.com)

ทางฝั่ง ซาแลร์นิตานา ต้องตกชั้นกลับไปเล่นในเซเรีย บี หลังอยู่ในลีกสูงสุดมา 3 ฤดูกาล จบอันดับสุดท้ายของตาราง แพ้ไปถึง 25 เกมจาก 38 นัด


4. เซลติก 1 – 0 กลาสโกว์ เรนเจอร์

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : 67 Hail Hail)

เซลติก เฉือนชนะ เรนเจอร์ส 1-0 ในศึกสกอตติช คัพ นัดชิงชนะเลิศ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จากประตูชัยในนาทีที่ 90 ของ อดัม ไอดาห์ ทำให้ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส คว้าดับเบิ้ลแชมป์ลีกและถ้วยในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Rangers Review)

เกมนี้ไม่ได้สนุกตื่นเต้น และใกล้จะต้องต่อเวลาพิเศษแล้ว แต่ ไอดาห์ ที่ย้ายมาเล่นกับทีมด้วยสัญญายืมตัวจาก นอริช ซิตี้ เมื่อต้นปีนี้ มาโผล่ถูกที่ถูกเวลายิงประตูชัยให้ เซลติก คว้าแชมป์สกอตติช คัพ สมัยที่ 42 ทำสถิติใหม่ได้สำเร็จ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : beIN SPORTS)

เซลติก ได้ประตูจากจังหวะที่ เปาโล แบร์นาร์โด ลากบอลเข้าเขตโทษ ก่อนจะได้ซัดเต็มข้อ บอลถูก แจ็ค บัตแลนด์ นายทวารเซฟปัดมาเข้าทาง ไอดาห์ ที่หลุดเข้ามายิงในระยะเผาขน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Guardian)

ไอดาห์ ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี สกอตแลนด์ ว่า “ผมบอกไว้ว่าผมจะมาที่นี่และพยายามยิงประตูให้ได้มากที่สุด ผมไม่คิดว่าจะได้ยิงประตูแบบนี้ต่อหน้าแฟนๆ มากมาย มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก ยากที่จะบรรยายเป็นคำพูด ทุกคนที่นี่เห็นแล้วว่ามันหมายความว่าอะไรสำหรับแฟนๆ และนักเตะ ผมเป็นแฟนบอลเซลติกมาตลอด มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก”

ส่วน เรนเจอร์ส ต้องจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งรองแชมป์ทั้งลีกและสกอตติช คัพ แต่พวกเขาก็ไม่ได้มือเปล่า เพราะคว้าแชมป์ลีก คัพ มาครองได้ เรนเจอร์ส เกือบได้ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุมในนาทีที่ 60 จาก อับดัลลาห์ ซิมา แต่ VAR เช็คแล้วเห็นว่า นิโคลัส ราสคิน ไปทำฟาวล์ โจ ฮาร์ท ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นเสียก่อน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : beIN SPORTS)

เมื่อถูกถามถึงอนาคต ไอดาห์ ตอบว่า “ฟุตบอลมันพลิกผันง่าย ผมรักที่นี่ ผมเคยบอกไปแล้ว นี่เป็นสโมสรที่ยอดเยี่ยม แต่ผมยังเป็นผู้เล่นของ นอริช อยู่ ผมต้องกลับไปในช่วงซัมเมอร์ และใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”


สรุป ผลบอลเมื่อคืน ศึกลูกหนังเมืองผู้ดีมีไฮไลท์อยู่ที่ เอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างสองทีมร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โดยเป็น แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เอาชนะไปได้ 2-1 จากประตูของ อเลฮานโดร การ์นาโช่ และ ค็อบบี้ เมนโน คว้าแชมป์ร่วมกับกุนซือ เอริค เทน ฮาก ที่หลายสำนักข่าวรายงานว่าอาจจะอำลาทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ส่วนในอิตาลี ยูเวนตุส เปิดบ้านชนะ มอนซ่า 2-0 จบอันดับ 3 ของตาราง แต่ยังอาจจะตกไปอยู่อันดับ 4 หากโดน อตาลันต้า ที่มีคะแนนน้อยกว่าแค่ 5 แต้มไล่ทัน

ด้าน เอซี มิลาน จบฤดูกาลอย่างน่าผิดหวัง หลังเปิดบ้านเสมอกับ ซาแลร์นิตาน่า ทีมอันดับบ๊วยของตาราง 3-3 ทำให้จบอันดับ 4 ของกัลโช่ ตามหลังแชมป์อย่าง นาโปลี ถึง 20 คะแนน ในเกมอำลาของกุนซือ สเตฟาโน่ ปิโอลี่ รวมถึง โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าจอมเก๋าที่จะย้ายไปค้าแข้งใน เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐฯ ขณะที่ อีกหนึ่งไฮไลท์ของวงการลูกหนังเมืองผู้ดีอีกหนึ่งประเทศอย่าง สกอตแลนด์ คือศึก สกอตติช คัพ นัดชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็น เซลติก ที่เฉือนชนะคู่ปรับตลอดกาลอย่าง กลาสโกว์ เรนเจอร์ส ไปได้ 1-0 จากการทำประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บของ อดัม ไอดาห์ กองหน้าดาวรุ่งชาวไอริช ซึ่งย้ายมาร่วมทีมแบบยืมตัวจาก นอริช ซิตี้ ช่วยให้ทัพ “ม้าลาย” คว้าดับเบิ้ลแชมป์แห่งปีไปครองได้สำเร็จ ทิ้งคู่ปรับตลอดกาลต้องจบซีซั่นด้วยมือเปล่า