บ้านฟุตบอล เป็นเว็บไซต์อำนวย ผลบอลสดภาษาไทย ผลฟุตบอลสด ผลบอลวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง โปรแกรมบอลล่วงหน้า โปรแกรมบอลพรุ่งนี้ ตารางบอล ตารางคะแนน อัตราต่อรอง ราคาบอลไหล ราคาบอลวันนี้ ราคาบอลสด ที่อัพเดทรวดเร็ว เที่ยงตรง ถูกต้องและแม่นยำของทุกคู่ ทุกลีกทั่วโลกทั้งในและต่างประเทศ ผลบอลสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผลบอลสดลาลีกาสเปน ผลบอลสดบุนเดสลีกาเยอรมัน ผลบอลสดลีกเอิงฝรั่งเศษ ผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีก ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ผลบอลสดยูโรปาลีก ผลบอลสดฟุตบอลโลก พร้อมรายงานการแข่งขันสด แสดงรายชื่อผู้เล่นตัวจริง แจ้งเตือนการทำประตู โดนใบแดงใบเหลืองที่อัพเดทกันแบบเรียล์ไทม์ แจกทีเด็ดบอล วิเคราะห์บอล ทรรศนะบอลอย่างฟรีด้วย

เกมพรีเมียร์ลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาลเต็มไปด้วยเรื่องราวชวนติดตาม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 4 ติดต่อกัน ด้วยชัยชนะ 3-1 เหนือเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ขณะที่อาร์เซนอลพลาดโอกาสคว้าแชมป์ลีกสูงสุดในรอบ 20 ปี แม้เฉือนชนะเอฟเวอร์ตัน 2-1 ก็ตาม ส่วนเจอร์เก้น คล็อปป์อำลาการคุมทีมลิเวอร์พูลอย่างสวยงาม ด้วยการเอาชนะวูล์ฟส์ 2-0 ปิดฉากช่วงเวลา 9 ปีแห่งความสำเร็จ

ในศึกลาลีกา อเล็กซานเดอร์ เซอร์ล็อธระเบิดฟอร์มทำคนเดียว 4 ประตู นำบียาร์เรอัลไล่ตามตีเสมอจ่าฝูงอย่างเรอัล มาดริด 4-4 ได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งที่ตามหลังถึง 1-4 ในครึ่งแรก แต่ก็ไม่เพียงพอให้บียาร์เรอัลไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้า


1. Manchester City 3 – 1 West Ham United

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Manchester City FC)

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ชนะเวสต์แฮม 3-1 ที่สนามเอทิฮัด สเตเดียม กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ลีกอังกฤษที่คว้าแชมป์ 4 ฤดูกาลติดต่อกัน ฟิล โฟเดนยิงประตูให้ซิตี้ออกนำตั้งแต่นาทีที่ 2 และยิงเพิ่มอีกหนึ่งลูกก่อนหมดครึ่งแรก แม้ว่าโมฮัมเหม็ด คูดุสจะยิงไล่มาให้เวสต์แฮมหนึ่งประตู แต่กองกลางอย่างรอดรีก็ยิงประตูที่สามให้ซิตี้นำห่างเป็น 3-1 หลังจากนั้นจบเกม แม้ว่าเวสต์แฮมจะได้ประตูที่สองแต่ก็ถูกตัดสินเป็นลูกแฮนด์บอลไป

(ขอบคุณรูปภาพจาก : beIN SPORTS)

แมนฯ ซิตี้ชนะ 19 นัดและเสมอ 4 นัดในลีก นับตั้งแต่แพ้ให้กับแอสตัน วิลล่าเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม พวกเขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 6 จาก 7 ฤดูกาลหลังสุด และเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุด 4 สมัยติดต่อกันนับตั้งแต่ก่อตั้งลีกอังกฤษขึ้นเมื่อ 136 ปีก่อน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Sky Sports)

ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ แมนฯ ซิตี้จะพยายามเป็นทีมแรกที่คว้าดับเบิลแชมป์ในประเทศสองฤดูกาลติดต่อกัน เมื่อพวกเขาพบกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ คัพที่สนามเวมบลีย์ อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ยังคงเผชิญข้อกล่าวหา 115 ข้อจากพรีเมียร์ลีกในเรื่องการทำผิดกฎการเงิน ซึ่งพวกเขาปฏิเสธอย่างหนักแน่น และยังไม่มีกำหนดการพิจารณาคดีในขณะนี้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Evening Standard)


2. Arsenal 2 – 1 Everton

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Everton Football Club)

อาร์เซนอลพลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกนับตั้งแต่ปี 2004 แม้จะเอาชนะเอฟเวอร์ตันได้ เพราะแมนเชสเตอร์ ซิตี้สามารถคว้าแชมป์ไปครอง เดอะกันเนอร์สต้องการชัยชนะเหนือท็อฟฟี่และหวังให้ซิตี้ไม่ชนะเวสต์แฮมเพื่อที่จะคว้าแชมป์ให้ได้ อาร์เซนอลมาเสียประตูก่อนจากลูกฟรีคิกของอิดริสซา กูเอเย่ที่เปลี่ยนทาง แม้ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุจะตามตีเสมอได้ในอีกสามนาทีต่อมา

(ขอบคุณรูปภาพจาก : BBC)

ในที่สุดอาร์เซนอลก็ทำได้ตามเป้าหมายเมื่อไค ฮาแวร์ตซ์ยิงประตูชัยช่วงท้ายเกม แต่ชัยชนะของแมนฯ ซิตี้เหนือเวสต์แฮมทำให้ทุกอย่างหลุดมือพวกเขาไป ฟิล โฟเดนยิงคนเดียวสองประตูให้ซิตี้ตั้งแต่ต้นเกมที่เอทิฮัด สเตเดียม ทำให้ความหวังริบหรี่ของอาร์เซนอลที่จะคว้าแชมป์ครั้งแรกในรอบ 20 ปีจบลงอย่างมีประสิทธิผล

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Independent)

อาร์เซนอลยิ่งหงุดหงิดเมื่อเอฟเวอร์ตันออกนำทั้งๆ ที่ตกเป็นรองในการครองเกม หลังจากโทมัส ปาร์เตย์ทำฟาวล์ดไวท์ แม็คนีลนอกกรอบ ลูกฟรีคิกของกูเอเย่เปลี่ยนทางโดนหน้าผากของเดแคลน ไรซ์แล้วพุ่งเข้าประตูโดยที่ดาบิด รายาปัดไม่ทัน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Sky Sports)

อาร์เซนอลตอบโต้อย่างรวดเร็วเมื่อโทมิยาสุยิงตีเสมอจากริมเขตโทษหลังจากมาร์ติน โอเดการ์ดจ่ายมาให้ ฮาแวร์ตซ์และเอมิล สมิธ โรว์ต่างยิงโดนคานและเสาในครึ่งหลัง ในขณะที่ความเชื่อมั่นค่อยๆ หายไปตอนท้ายศึกชิงถ้วยรางวัลอันยาวนาน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Al Jazeera)

อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอลยังคงพบกับประตูชัย แม้จะมาในสถานการณ์ที่มีข้อถกเถียง หลังจากที่ฮาแวร์ตซ์ยัดบอลเข้าไปจากระยะใกล้ VAR แนะนำว่าควรตัดสินเป็นลูกแฮนด์บอลของกาเบรียล เชซุสในจังหวะก่อนหน้า แต่หลังจากผู้ตัดสินไมเคิล โอลิเวอร์ได้ดูภาพย้อนหลังที่ข้างสนาม เขาก็ให้ประตูนี้เป็นของอาร์เซนอล


3. Liverpool 2 – 0 Wolverhampton Wanderers

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Wolves)

เจอร์เก้น คล็อปป์คุมทีมนัดสุดท้ายในฐานะผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ด้วยชัยชนะเหนือวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรู้สึกที่แอนฟิลด์ แฟนบอลลิเวอร์พูลใช้โอกาสนี้มอบคำขอบคุณและแสดงความเคารพต่อคล็อปป์ ผู้ที่นำความสำเร็จมาสู่สโมสรตลอด 9 ปีที่ผ่านมา และนักเตะของเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างสบายด้วยการเก็บสามแต้มในบรรยากาศที่เป็นทั้งงานเฉลิมฉลองและการอำลาอย่างเศร้าต่อโค้ชชาวเยอรมัน ซึ่งได้รับเสียงปรบมือที่ดังกึกก้องทั้งก่อนและระหว่างเกม

(ขอบคุณรูปภาพจาก : This Is Anfield)

จอห์น ดับเบิลยู. เฮนรี่ เจ้าของทีมลิเวอร์พูล บินมาจากบอสตันเพื่อร่วมแสดงความขอบคุณต่อคล็อปป์ ผู้ซึ่งความสำเร็จสูงสุดคือการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในปี 2019 ครั้งที่ 6 ของสโมสร และแชมป์ลีกสูงสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปีในฤดูกาลถัดมา

อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์โขกประตูขึ้นนำให้ลิเวอร์พูลตั้งแต่นาทีที่ 34 จากลูกครอสของฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ และจาเร็ลล์ ควานซาห์ก็ยิงประตูที่สองจากระยะเผาขนหกนาทีต่อมา โดยจบฤดูกาลในอันดับสามของพรีเมียร์ลีกหลังจากคว้าแชมป์คาราบาว คัพ

หงส์แดงทำประตูได้หลังจากที่วูล์ฟส์เหลือผู้เล่น 10 คน เนลสัน เซเมโดโดนใบแดงไล่ออกจากสนามหลังผู้ตัดสินคริส คาวานาห์ใช้ VAR ตัดสินว่าเขาเข้าสกัดสูงใส่อัลลิสเตอร์

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Anfield Index)

แฟนๆ เดอะค็อปนำเสียงไชโยโห่ร้องดังกึกก้องให้คล็อปป์ ในขณะที่เขาทำตัวเงียบๆ ระหว่างเกม แทบไม่เดินไปมาข้างสนาม เลือกที่จะนั่งเงียบๆ ข้างผู้ช่วยที่ภักดีมานานอย่างปีเตอร์ คราวิทซ์และเป๊ป ไลจ์เนอร์ส ซึ่งจะออกจากแอนฟิลด์ไปพร้อมกับเขา มันจะเป็นงานของอาร์เน่ สล็อต ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากคล็อปป์ ที่จะสานต่อมรดกอันยอดเยี่ยมที่เขาทิ้งไว้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Eurosport)

วันนี้เป็นวันที่เกี่ยวกับคล็อปป์มากกว่าผลการแข่งขันหรือฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูล แต่ก็เหมาะสมดีที่ผู้จัดการทีมที่คุมทีมมาอย่างน่าจดจำที่แอนฟิลด์มากมายจะจบการคุมทีม 9 ปีของเขาด้วยชัยชนะ คล็อปป์ทำสถิติโดดเด่น จารึกชื่อเขาให้เป็นตำนานของลิเวอร์พูล ซึ่งเห็นได้จากน้ำตา รอยยิ้ม และอารมณ์ดิบที่ปะทุตลอดทั้งเกม

(ขอบคุณรูปภาพจาก : brfootball)

ข่าวดีสำหรับสล็อตคือ คล็อปป์ทิ้งทีมไว้อย่างอยู่ในรูปและพร้อมที่จะประสบความสำเร็จกันต่อไป ด้วยส่วนผสมของซูเปอร์สตาร์ระดับโลกและดาวรุ่งที่กำลังโด่งดัง เพื่อให้โค้ชที่ย้ายมาจากไฟเอนอร์ดได้ทำงานต่อในฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม วันนี้เป็นวันของคล็อปป์ และเดอะค็อปก็ไม่ปล่อยให้เขาสงสัยเลยว่าพวกเขารักเขามากแค่ไหนและจะคิดถึงเขาขนาดไหน


4. Villarreal 4 – 4 Real Madrid

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Real Madrid)

อเล็กซานเดอร์ เซอร์ล็อธ ทำ 4 ประตู ช่วยให้บียาร์เรอัลตามตีเสมอจ่าฝูงลาลีกาอย่างเรอัล มาดริด 4-4 ได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ตามหลังถึง 4-1 ในครึ่งแรก

ทีมชุดสำรองของเรอัล ขึ้นนำไปก่อน 4-1 จากประตูของโฆเซลู, ลูคัส บาสเกซ และอาร์ด้า กูเลอร์ที่ทำคนเดียว 2 ลูก แต่อดีตกองหน้าคริสตัล พาเลซอย่างเซอร์ล็อธที่ทำประตูแรกให้ทีมก่อนหมดครึ่งแรก มาระเบิดฟอร์มยิงอีก 3 ลูกใน 11 นาทีแรกของครึ่งหลัง ช่วยให้บียาร์เรอัลแบ่งแต้มได้สำเร็จ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Managing Madrid)

4 ประตูของเซอร์ล็อธในเกมที่เรอัลไม่มีชื่อของจู๊ด เบลลิงแฮมและวินิซิอุส จูเนียร์ ทำให้เขานำเป็นดาวซัลโวลาลีกาไปแล้ว 2 ประตู ด้วยผลงาน 23 ประตู ขณะที่เหลือการแข่งขันอีกนัดสุดท้าย เรอัลได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 14 จากจังหวะจบสกอร์ของกูเลอร์หลังจากจบชิ่งกันอย่างสวยงาม ก่อนที่อดีตกองหน้าสโต๊ค ซิตี้อย่างโฆเซลูจะโหม่งประตูที่สองหลังจากบาสเกซเปิดบอลมาให้ในนาทีที่ 30

เซอร์ล็อธตีไข่แตกให้บียาร์เรอัลด้วยการโหม่งประตูก่อนหมดครึ่งแรก แต่อีกหนึ่งนาทีให้หลังเจ้าบ้านมาได้อีกสองประตูรวด จากบาสเกซที่ยิงจังหวะสองหลังจากบราฮิม ดิอาซจ่ายให้อย่างเฉียบคม และกูเลอร์ที่มายิงประตูที่สองของตัวเองช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Telemadrid)

หวังจะไล่ตามตีเสมอทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ โค้ชบียาร์เรอัลอย่างมาร์เซลิโน การ์เซีย โทรัลจึงส่งสามตัวสำรองที่เป็นขุนพลประสบการณ์สูงอย่างฟรานซิส โกแกล็ง, ราอูล อัลบิออน และแบร์กตร็องด์ ตราโอเร่ลงมาพร้อมกันตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง

การปรับทัพครั้งนี้ได้ผลดีต่อเรือดำน้ำสีเหลือง ที่ไล่ตีเสมอจากการตามหลังสามประตู ได้สำเร็จจากฝีเท้าของเซอร์ล็อธ ที่มาทำประตูที่สองจากการโหม่งอีกครั้ง ก่อนจะมายิงด้วยซ้ายอีกสองหนตอกตาข่าย ตีเสมอเป็น 4-4 แต้มเดียวที่ได้ในนัดนี้ทำให้ความหวังลุ้นไปเล่นฟุตบอลยุโรปของบียาร์เรอัลในฤดูกาลหน้าต้องสิ้นสุดลง เพราะมี 59 คะแนนอยู่อันดับ 8 ตามหลังเรอัล เบติสในอันดับ 7 อยู่ 4 คะแนน โดยเหลือการแข่งขันอีกเพียงนัดเดียว

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Eurosport)

ส่วนเรอัล มาดริดก็หันความสนใจไปที่นัดชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในวันที่ 1 มิถุนายนต่อไป


สรุป ผลฟุตบอลเมื่อคืนวันที่ 20 พฤษภาคม 2567 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 4 ติดต่อกัน ด้วยชัยชนะ 3-1 เหนือเวสต์แฮม พร้อมลุ้นทำดับเบิลแชมป์ในประเทศสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ส่วนอาร์เซนอลเฉือนชนะเอฟเวอร์ตัน 2-1 แต่ต้องรอคว้าแชมป์ลีกต่อไปเป็นปีที่ 20 ในขณะที่ลิเวอร์พูลอำลากุนซือคล็อปป์ด้วยชัยชนะ 2-0 เหนือวูล์ฟส์ ปิดฉาก 9 ปีแห่งความสำเร็จ ด้านลาลีกา เซอร์ล็อธยิง 4 ตุง ช่วยบียาร์เรอัลตามเจ๊าจ่าฝูงเรอัล มาดริด 4-4 พร้อมนำดาวซัลโวลีก 23 ประตู