บ้านฟุตบอล เป็นเว็บไซต์อำนวย ผลบอลสดภาษาไทย ผลฟุตบอลสด ผลบอลวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง โปรแกรมบอลล่วงหน้า โปรแกรมบอลพรุ่งนี้ ตารางบอล ตารางคะแนน อัตราต่อรอง ราคาบอลไหล ราคาบอลวันนี้ ราคาบอลสด ที่อัพเดทรวดเร็ว เที่ยงตรง ถูกต้องและแม่นยำของทุกคู่ ทุกลีกทั่วโลกทั้งในและต่างประเทศ ผลบอลสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผลบอลสดลาลีกาสเปน ผลบอลสดบุนเดสลีกาเยอรมัน ผลบอลสดลีกเอิงฝรั่งเศษ ผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีก ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ผลบอลสดยูโรปาลีก ผลบอลสดฟุตบอลโลก พร้อมรายงานการแข่งขันสด แสดงรายชื่อผู้เล่นตัวจริง แจ้งเตือนการทำประตู โดนใบแดงใบเหลืองที่อัพเดทกันแบบเรียล์ไทม์ แจกทีเด็ดบอล วิเคราะห์บอล ทรรศนะบอลอย่างฟรีด้วย

ศึกฟุตบอลยูโร 2024 รอบแบ่งกลุ่มเปิดฉากแล้ว เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมามีหลายคู่ลงสนามประเดิมสนามกัน โดยมีทั้งทีมเต็งอย่างฝรั่งเศสและเบลเยี่ยม และทีมรองบ่อนอย่างโรมาเนีย สโลวาเกีย และออสเตรีย

เกมที่น่าสนใจคือการพบกันระหว่างโรมาเนียกับยูเครน โดยโรมาเนียสามารถเอาชนะยูเครนขาดลอย 3-0 คว้าชัยชนะนัดแรกในศึกยูโรในรอบ 24 ปี ถือเป็นการสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่

อีกคู่ที่พลิกความคาดหมายคือการที่สโลวาเกียเฉือนเอาชนะเบลเยี่ยม 1-0 โดยมีการใช้ VAR เข้ามาช่วยปฏิเสธประตูของโรเมลู ลูกากู กองหน้าเบลเยี่ยมถึง 2 ครั้ง ทำให้เบลเยี่ยมพ่ายแพ้เป็นนัดแรกในรอบ 16 นัดภายใต้การคุมทีมของโดเมนิโก เตเดสโก้

ส่วนทีมเต็งอย่างฝรั่งเศสก็ทำได้ตามคาด เฉือนเอาชนะออสเตรีย 1-0 จากประตูโขกทำเข้าประตูตัวเองของแม็กซ์ โวเบอร์ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยอาการบาดเจ็บของคีลิยัน เอ็มบัปเป้ ซูเปอร์สตาร์และกัปตันทีมที่จมูกแตกเลือดอาบช่วงท้ายเกม

เรามาติดตามรายละเอียดของแต่ละคู่ พร้อมบรรยากาศและเรื่องราวที่น่าสนใจในเกมกันเลยครับ


1. โรมาเนีย 3 – 0 ยูเครน

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Football Highlights)

โรมาเนียสร้างเซอร์ไพรส์ ถล่ม ยูเครน 3-0 ในศึกยูโร 2024 รอบแบ่งกลุ่ม นัดแรก โรมาเนียโชว์ฟอร์มสุดยอด เอาชนะยูเครนไป 3-0 คว้าชัยนัดแรกในศึกยูโรรอบ 24 ปี ในเกมยูโร 2024 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มอี เมื่อคืนวันจันทร์

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The New York Times)

นิโคเล สแตนซิว กัปตันทีมและผู้เล่นยอดเยี่ยมของเกม ยิงไกลสุดสวยเข้าประตูมุมบนขวา ทำให้ อังเดร ลูนิน นายประตูยูเครน ไม่มีโอกาสป้องกัน ราซวาน มาริน มิดฟิลด์โรมาเนีย ซัดประตูที่สอง บอลแฉลบลอดมืออังเดร ลูนินเข้าไป

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Opta Analyst)

ยูเครนครองเกมได้ดีในช่วง 20 นาทีแรก แต่ไม่สามารถสร้างโอกาสทำประตูจริงจังได้ โรมาเนียรับแรงกดดันและสวนกลับเร็ว หลังแย่งบอลจากแดนหลังทีมยูเครน เกมจบลงด้วยสกอร์ 3-0 เมื่อ เดนนิส แมน ตัวรุกตัวเก่ง เปิดบอลจากมุมให้ เดนิส ดรากุช ยิงเข้าไปในนาทีที่ 60

(ขอบคุณรูปภาพจาก : dynamo.kiev.ua)

กองหลังโรมาเนียเหนียวแน่น ไม่ให้ยูเครนมีโอกาสทำประตูได้เลย ช่วยให้โรมาเนียคว้าชัยชนะในศึกยูโรเป็นครั้งที่สองจากการลงเล่น 17 นัด หลังเอาชนะอังกฤษ 3-2 ในยูโร 2000 ครั้งแรก

(ขอบคุณรูปภาพจาก : terrikon.com)

สำหรับโค้ชเอ็ดเวิร์ด อิออร์ดาเนสคู ลูกชายของอังเคล อิออร์ดาเนสคู ผู้ซึ่งคุมทีมโรมาเนียถึง 3 ช่วงและพาทีมเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก 1994 นี่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ในวันเกิดของเขา และเป็นการแสดงให้เห็นว่าการผ่านรอบคัดเลือกของพวกเขาที่ไม่แพ้ใครนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Eurosport)

“ผมอยากขอบคุณคนโรมาเนียทุกคนทั่วโลก ผมรู้ว่าพวกเขาอยู่เคียงข้างพวกเราในวันนี้ นี่เป็นความพยายามอย่างสุดยอดของทีมผม” อิออร์ดาเนสคู กล่าวหลังจบเกม

“ถ้าคุณมีข้อสงสัยใด ๆ ผมคิดว่าคุณเชื่อผมได้แล้วว่านี่เป็นทีมที่ยอดเยี่ยม ขอแสดงความยินดีกับนักเตะทุกคน มันเหลือเชื่อมาก”

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Marca.com)

“ตั้งแต่ผมเข้ามาคุมทีมชาติ ผมมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก มันไม่ง่ายเสมอไป เรามีผลงานใหญ่ ๆ อื่น ๆ ยุคทองของเรามีผลงานใหญ่ ๆ แต่ยุคนี้แสดงให้เห็นถึงหัวใจ ทีมชุดนี้ทุ่มเททุกอย่างอย่างเต็มที่ ไม่มีใครมีหัวใจยิ่งใหญ่เท่ายุคนี้ ยุคนี้ไม่มีขีดจำกัด”


2. เบลเยี่ยม 0 – 1 สโลวาเกีย

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Football Highlights)

สโลวาเกียสร้างเซอร์ไพรส์ เฉือนเบลเยียม 1-0 VAR ปฏิเสธลูกากูถึง 2 ครั้ง อีวาน ชรานซ์ ทำประตูเร็วที่สุดในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ให้สโลวาเกีย ช่วยทีมเอาชนะเบลเยียมที่เปลืองโอกาสไปมากมายในศึกยูโร 2024 กลุ่มอี เมื่อวันจันทร์ นี่เป็นความพ่ายแพ้ครั้งแรกในรอบ 16 เกมของเบลเยียมภายใต้การคุมทีมของโดเมนิโก เตเดสโก้ และเป็นการย้อนความหลังถึงฟอร์มสุดย่ำแย่ในฟุตบอลโลก 2022 ถึงแม้ครั้งนี้พวกเขาจะทำประตูได้ 2 ครั้งแต่ก็โดนตัดสินเป็นลูกเซฟโดย VAR

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Opta Analyst)

ทั้งสองประตูมาจากเท้าของโรเมลู ลูกากู ซึ่งลูกแรกเป็นลูกล้ำหน้า ส่วนลูกที่สองมีการแฮนด์บอลในจังหวะก่อนหน้า เป็นวันที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งของกองหน้าจากโรมา ที่ยังพลาดโอกาสง่ายๆ อีกหลายครั้ง หลังเกมที่แฟรงค์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เตเดสโก้บอกว่าการพลาดโอกาสทำประตูเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกสำหรับทีมเบลเยียม

(ขอบคุณรูปภาพจาก : wam.ae)

“ผมรู้อยู่แล้วว่าสักวันเราต้องแพ้ แต่น่าเสียดายที่เป็นวันนี้” เตเดสโก้กล่าว “วันนี้ผมไม่ค่อยมีอะไรจะพูดกับทีมเพื่อให้เล่นดีขึ้น เราสร้างโอกาสมากมาย โอกาสใหญ่ๆ ถ้าเราทำประตูแรกได้ มันจะดีกว่านี้มาก เกมจะง่ายขึ้น เรารู้ว่าพวกเขาจะมาเพรส เราเห็นทีมนี้ครองบอลได้เยอะกับโปรตุเกส”

“เราก็เพรสสูง เราแย่งบอลได้ดี สิ่งเดียวที่ไม่สมบูรณ์แบบคือเรายิงไม่เข้า เรามีโอกาสเยอะและเป็นโอกาสใหญ่ๆ”

(ขอบคุณรูปภาพจาก : South China Morning Post)

สโลวาเกียขึ้นไปร่วมจ่าฝูงกับโรมาเนีย หลังโรมาเนียเอาชนะยูเครน 3-0 ก่อนหน้านี้ที่มิวนิค เบลเยียมจะพบกับโรมาเนียที่โคโลญจน์ ในวันเสาร์นี้ ก่อนเกมมีการพูดคุยกันว่านี่คือเบลเยียมชุดใหม่ ไม่ใช่ “ยุคทอง” เหมือนเมื่อก่อน แต่เป็นทีมที่เต็มไปด้วยดาวรุ่ง แต่ปัญหาเดิมๆ ก็ยังคงอยู่

ทีมของเตเดสโก้ครองเกมได้ 90 นาทีแต่ขาดความเฉียบคม และแม้ว่าจะทำได้แล้วก็โดน VAR และการเคลียร์บอลอย่างสุดชีวิตของกองหลังสโลวะเกีย ปฏิเสธไป

(ขอบคุณรูปภาพจาก : FBC News)

“(ลูกากู) เล่นให้เบลเยียมมานานแล้วและรู้ดีว่าจะยิงประตูได้ยังไง” เตเดสโก้กล่าว “เขาแสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่อง คืนนี้เขายิงได้ แต่โดนเพิกถอน ถ้าเขาต้องการอะไร ผมพร้อมช่วย แต่เขาเป็นนักเตะระดับท็อป ไม่ต้องการอะไรเพิ่มเติมแล้ว สิ่งที่เราเห็นในห้องแต่งตัวและบรรยากาศในสนามคือทุกคนผิดหวัง แต่เราใช้ประโยชน์จากความพ่ายแพ้นี้ได้”

เบลเยียมขาดคู่เซ็นเตอร์แบ็กหลักอย่างยาน แฟร์ต็องเก้นและอาร์เธอร์ เธียเต้ และมีปีกซ้ายอย่างเจเรมี โดกูไปเล่นฝั่งขวาในครึ่งแรก ส่วนยานนิก คาร์รัสโก้เล่นเป็นวิงแบ็กซ้าย ทำให้ทีมขาดสมดุล

ความไม่มั่นใจนี้เองที่นำไปสู่ประตูขึ้นนำของสโลวาเกีย เมื่อโดกูจ่ายบอลไม่ดีเข้ากรอบเขตโทษตัวเอง กองหลังจัดการไม่ได้ ยูราจ คุชก้ายิงแล้วโดนเซฟ แต่บอลเด้งไปเข้าทางชรานซ์ที่ยิงเอาชนะโคเอ็น คาสตีลส์ ผู้รักษาประตูเบลเยียม จากมุมแคบ ในเวลาเพียง 6 นาทีกับ 5 วินาที

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Sun)

เบลเยียมคงรู้สึกว่าตัวเองควรจะนำ 1-0 ตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว หลังลูกากูถูกมาร์ติน ดูบราฟก้า ผู้รักษาประตูสโลวาเกีย ปฏิเสธโอกาสทองที่จ่อๆ หลังจังหวะลากบอลหลอกล่อของโดกูจากแดนตัวเองด้วย

นั่นเป็น 1 ใน 3 โอกาสใหญ่ของลูกากูในครึ่งแรก ซึ่งเขาเคยทำไป 17 ประตูจาก 11 นัดภายใต้การคุมทีมของเตเดสโก้ ประตูที่สองของลูกากูที่ถูก VAR ตัดสินเป็นลูกเซฟ เป็นจังหวะปลายครึ่งหลัง ที่ VAR ตัดสินว่าลัวส์ โอเพนด้า ตัวสำรอง แฮนด์บอลก่อนเปิดบอลไปให้เพื่อนทำประตู

“มันยากที่จะพูด ถ้าเราชนะ ผมจะบอกความเห็นได้มากกว่านี้” เตเดสโก้กล่าว “ตอนนี้เราแพ้ ผมอยากจะเป็นผู้แพ้ที่ดี เราเชื่อใจคนเหล่านั้น เราเชื่อใจผู้ตัดสิน VAR ถ้าพวกเขาตัดสินว่าแฮนด์บอล เราต้องยอมรับ”

สโลวาเกียก็มีโอกาส คาสตีลส์ต้องพุ่งไปเซฟลูกวอลเลย์สุดสวยของลูคัส ฮาราสลินได้ พวกเขาเล่นเกมรับอย่างมีวินัย ทุกการเข้าปะทะของพวกเขาเหมือนได้ประตู นักเตะสโลวาเกียฉลองเหมือนยิงประตูได้ เบลเยียมเกือบตีเสมอ เมื่อมีการชุลมุนในกรอบเขตโทษ โยฮัน บากาโยโก้ ตัวสำรอง ได้ซัดในจุดที่น่าจะเป็นประตูแน่ๆ แต่ดาวิด ฮานช์โก กองหลังสโลวาเกีย สกัดบอลออกจากเส้นประตูไปได้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Optus Sport)

“ทีมเล็ก หรือชาติเล็ก ก็เรียกได้ว่ามีความก้าวหน้า” ฟรานเชสโก คาลโซน่า โค้ชสโลวาเกียกล่าว “เราสามารถสร้างปัญหาให้ทีมใหญ่ๆ ได้ แต่ก็ยังมีช่องว่างที่ใหญ่อยู่”

“เราต้องทำงานหนักมาก มันไม่ง่ายเลยเพราะประเทศอย่างเบลเยียมผลิตนักฟุตบอลออกมาเยอะมาก แต่ก็จริงด้วยเหมือนกันว่าชาติเล็กๆ ก็มีการพัฒนา ผมเห็นในรอบคัดเลือกว่าชาติเล็กๆ จัดทีมได้ดีมาก และการที่พวกเขามีความก้าวหน้าก็เป็นเรื่องจริง”


3. ออสเตรีย 0 – 1 ฝรั่งเศส

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Football Highlights)

ฝรั่งเศสเฉือนชนะออสเตรียไป 1-0 ในนัดเปิดสนามศึกยูโร 2024 กลุ่มดี เมื่อคืนวันจันทร์ แต่ต้องเสียคีลิยัน เอ็มบัปเป้ กัปตันทีม ที่ได้รับบาดเจ็บน่ากังวล

เกมนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งที่ 100 ของดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือฝรั่งเศส แม้จะไม่ใช่ฟอร์มการเล่นที่วินเทจสักเท่าไหร่ ต้องอาศัยประตูจากการทำเข้าประตูตัวเองของแม็กซ์ โวเบอร์ กองหลังออสเตรีย ในช่วงก่อนพักครึ่ง แต่ก็มีสัญญาณบ่งชี้ว่าฝรั่งเศสน่าจะไปได้ไกลในทัวร์นาเมนต์นี้ หลังตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายในยูโร 2020 ด้วยน้ำมือสวิตเซอร์แลนด์เมื่อ 3 ปีก่อน

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Sun)

แต่สำหรับเอ็มบัปเป้ เกมนี้ถือเป็นคืนที่หลากหลายอารมณ์ เพราะเขายังคงมองหาประตูแรกในศึกชิงแชมป์ยุโรปอยู่เลย และยังเจ็บจมูกเลือดอาบช่วงท้ายเกม สงสัยว่าจมูกน่าจะหัก

“จมูกของเขาไม่ดีเลย แม้จะแค่จมูก แต่ก็เป็นจุดด้านลบที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเราในคืนนี้” เดส์ชองส์ กล่าว

ในเกมที่ 80 ของเขากับทีมตราไก่ ปีกวัย 25 ปีโชว์ไหวพริบลากบอลผ่านกองหลังออสเตรียไปถึง 3 คนก่อนเปิดบอลให้โวเบอร์โขกเข้าประตูตัวเองในนาทีที่ 38

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Yahoo Sport UK)

แต่เอ็มบัปเป้ก็พลาดโอกาสทองในการทำให้เกมง่ายขึ้นในนาทีที่ 54 เมื่อเขายิงข้างตาข่ายทั้งที่หลุดเดี่ยวเข้าไปในกรอบเขตโทษแล้ว ทำเอาแฟนบอลในสนามตกตะลึงไปตาม ๆ กัน

“พอใจกับสิ่งที่นักเตะทำแม้เราจะมีโอกาสทำประตูที่สองแต่ไม่ได้ทำ เรายังไม่เพอร์เฟกต์แต่เราแข็งแกร่ง เราน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ในเกมรุก แต่ก็ดีแล้วที่เริ่มต้นด้วยชัยชนะ” เดส์ชองส์ กล่าวเสริม

“มีคุณภาพ มีพรสวรรค์ แต่การที่เหนียวแน่นและเล่นร่วมกันเป็นทีมก็สำคัญไม่แพ้กัน เราจะไม่ประมาท แต่นี่ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี”

(ขอบคุณรูปภาพจาก : beIN SPORTS)

เอ็มบัปเป้จบเกมด้วยใบหน้าเลือดอาบและเจ็บปวด หลังโดนไหล่ปะทะใบหน้าในช่วงท้ายเกม ก่อนจะโดนใบเหลืองหลังนั่งลงบนสนามเพียงไม่นานหลังจากกลับมาสนามอีกครั้งหลังได้รับการรักษา

ในที่สุดเอ็มบัปเป้ก็ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงจบเกมที่วุ่นวาย ทำให้เกิดความกังวลถึงความรุนแรงของอาการบาดเจ็บที่ชัดเจน

ราล์ฟ รังนิค เทรนเนอร์ออสเตรียให้สัญญาว่าทีมของเขาซึ่งมีผลงานแพ้เพียงนัดเดียวจาก 16 เกมล่าสุด จะสู้กับฝรั่งเศสอย่างเต็มที่ และพวกเขาก็ทำตามนั้น ด้วยการเพรสซิ่งสูงและการเข้าแย่งบอลที่ต่อเนื่องตลอดเกม ทำให้พวกเขายังสู้ได้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Independent)

ออสเตรียน่าจะขึ้นนำได้ก่อนฝรั่งเศสด้วยซ้ำ เมื่อมาร์เซล ซาบิตเซอร์ กัปตันทีม แตะบอลจากไมเคิล เกรกอริทช์ให้คริสตอฟ เบามการ์ทเนอร์ได้ยิง แต่บอลเปลี่ยนทางออกหลังไมค์ เมญ็อง ผู้รักษาประตูฝรั่งเศส

ครึ่งหลังฝรั่งเศสเล่นมีพลังมากขึ้น ปาทริค เพนซ์เซฟลูกยิงของมาร์คุส ทูรามได้ แต่ออสเตรียที่เล่นด้วยการปะทะที่หนักหน่วงก็ไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ แฟน ๆ แดนนักรบเสื้อแดงริมแม่น้ำไรน์เชียร์พวกเขาจนถึงนกหวีดสุดท้าย

แม้จะเล่นกันอย่างดุเดือดและครองเกมได้ ออสเตรียก็ยังสร้างโอกาสได้ไม่มากนัก ในขณะที่เอ็นโกโล ก็องเต้ กองกลางที่หวนคืนทัพตราไก่ก็แสดงให้เห็นถึงเหตุผลที่เขากลับมาติดทีมด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมในแดนกลาง

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Reuters)

“มันเริ่มต้นได้ดี ไม่ได้สมบูรณ์แบบทุกอย่าง แต่เราได้ผลการแข่งขันอย่างที่ต้องการ นี่เป็นการออกสตาร์ทที่ดี” ก็องเต้ กล่าว “มีรากฐานที่แข็งแกร่ง เราต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

“มันทำให้ผมมีความสุขที่ได้กลับมา อะไรหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไป แต่รู้สึกดีที่ได้กลับมาสวมเสื้อนี้อีกครั้ง”

ฝรั่งเศสกับเนเธอร์แลนด์ที่เพิ่งชนะโปแลนด์ 2-1 เมื่อวันอาทิตย์ มีคะแนนเท่ากันที่ 3 คะแนนในกลุ่มดี โดยฝรั่งเศสจะพบกับเนเธอร์แลนด์ในเกมต่อไป


สรุป ผลบอลเมื่อคืน วันที่ 18 มิถุนายน 2567 ศึกฟุตบอลยูโร 2024 รอบแบ่งกลุ่มเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา โรมาเนียสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการถล่มยูเครนขาดลอย 3-0 จากประตูสุดสวยของกัปตันทีมนิโคเล สแตนซิว และอีกสองประตูจากราซวาน มารินกับเดนิส ดรากุช ทำให้พวกเขาคว้าชัยชนะนัดแรกในรอบ 24 ปี ขณะที่สโลวาเกียอีกหนึ่งทีมเซอร์ไพรส์ก็เฉือนชนะเบลเยียมอันดับ 3 ของโลก 1-0 จากประตูเร็วที่สุดในทัวร์นาเมนต์ของอีวาน ชรานซ์ แม้เบลเยียมจะครองเกมเหนือกว่าแต่จังหวะยิงประตูของโรเมลู ลูกากูถูก VAR ปฏิเสธถึงสองครั้ง ส่วนฝรั่งเศสแชมป์เก่าก็เอาชนะออสเตรียไปได้ 1-0 จากประตูโขกทำเข้าประตูตัวเองของกองหลังออสเตรีย แต่ต้องแลกมาด้วยการเสียคีลิยัน เอ็มบัปเป้ซูเปอร์สตาร์ที่ได้รับบาดเจ็บจมูกเลือดอาบจนน่าเป็นห่วง