บ้านฟุตบอล เป็นเว็บไซต์อำนวย ผลบอลสดภาษาไทย ผลฟุตบอลสด ผลบอลวันนี้ ผลบอลย้อนหลัง โปรแกรมบอลล่วงหน้า โปรแกรมบอลพรุ่งนี้ ตารางบอล ตารางคะแนน อัตราต่อรอง ราคาบอลไหล ราคาบอลวันนี้ ราคาบอลสด ที่อัพเดทรวดเร็ว เที่ยงตรง ถูกต้องและแม่นยำของทุกคู่ ทุกลีกทั่วโลกทั้งในและต่างประเทศ ผลบอลสดพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ผลบอลสดลาลีกาสเปน ผลบอลสดบุนเดสลีกาเยอรมัน ผลบอลสดลีกเอิงฝรั่งเศษ ผลบอลสดไทยพรีเมียร์ลีก ผลบอลสดยูฟ่าแชมป์เปียนลีก ผลบอลสดยูโรปาลีก ผลบอลสดฟุตบอลโลก พร้อมรายงานการแข่งขันสด แสดงรายชื่อผู้เล่นตัวจริง แจ้งเตือนการทำประตู โดนใบแดงใบเหลืองที่อัพเดทกันแบบเรียล์ไทม์ แจกทีเด็ดบอล วิเคราะห์บอล ทรรศนะบอลอย่างฟรีด้วย

บทสรุป ผลบอลเมื่อคืน ศึกยูโร 2024 ในกลุ่ม A เริ่มต้นอย่างดุเดือด สวิตเซอร์แลนด์เอาชนะฮังการี 3-1 โดยโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ขณะที่แชมป์เก่าอย่างอิตาลี แม้จะมีช่วงเสียท่าในตอนต้นเกมเมื่อเสียประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ยูโร แต่ก็สามารถเร่งเครื่องพลิกกลับมาชนะแอลเบเนียไป 2-1 ได้สำเร็จ

ส่วนกลุ่ม B ขุนพลกระทิงดุอย่างสเปน แสดงศักยภาพเต็มเปี่ยม เมื่อสามารถถล่มโครเอเชียไปแบบขาดลอย 3-0 โดยจัดการยิง 3 ประตูตั้งแต่ในครึ่งแรก ส่งสัญญาณว่าพวกเขาพร้อมลุยเต็มที่เพื่อป้องกันแชมป์ในครั้งนี้

ในเกมอุ่นเครื่องทีมชาติ โคลอมเบีย ก็ไม่น้อยหน้า ล่าสุดเปิดบ้านไล่ยำโบลิเวีย 3-0 โดยจัดการยิง 3 ประตูตั้งแต่ในครึ่งแรก แม้จะมีเหตุการณ์ปะทะจนผู้เล่นถูกใบแดงไล่ออกทั้งสองฝ่าย แต่ก็ไม่มีผลต่อสกอร์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด


1. ฮังการี่ 1 – 3 สวิตเซอร์แลนด์

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : EPS PLAYER)

สวิตเซอร์แลนด์เปิดหัวศึกยูโร 2024 ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการเอาชนะฮังการีไป 3-1 ในเกมที่ฮังการีเล่นผิดพลาดค่อนข้างเยอะ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : beIN SPORTS)

ควาโด ดูอาห์ ทำประตูแรกให้สวิตเซอร์แลนด์นำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 12 จากจังหวะสวยงามร่วมกับ มิเชล เอบิชเชอร์ ก่อนจะเป็นเอบิชเชอร์มายิงประตูที่สองเพิ่มเป็น 2-0 ช่วงท้ายครึ่งแรกจากลูกยิงไกลสุดสวยนอกกรอบเขตโทษ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Quint)

ฮังการีพยายามเร่งเครื่องในครึ่งหลัง และมาได้ประตูตีไข่แตกจาก บาร์นาบัส วาร์กา ในนาทีที่ 66 แต่ไล่ไม่ทัน ก่อนที่สวิตเซอร์แลนด์จะมาได้ประตูปิดกล่องจาก บรีล เอ็มโบโล ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้จบเกมสวิตเซอร์แลนด์เอาชนะไป 3-1

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Rediff.com)

สวิตเซอร์แลนด์แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง ความเป็นระเบียบ และความรวดเร็วในเกมรุก ขณะที่ฮังการีผิดพลาดง่าย และเข้าสู่จังหวะเกมได้ยาก กรานิต ชาก้า ได้รับเลือกเป็นแมน ออฟ เดอะ แมตช์จากการควบคุมจังหวะและส่งบอลได้อย่างเฉียบคม รวมถึงเกือบจะได้ประตูในช่วงท้ายเกมอีกด้วย

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Reuters)

ฮังการีมีคิวพบกับเยอรมนี ส่วนสวิตเซอร์แลนด์จะเจอกับสกอตแลนด์ในเกมต่อไปของกลุ่ม A ในวันพุธหน้า


2. สเปน 3 – 0 โครเอเชีย

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Football Highlights)

สเปนถล่มโครเอเชีย 3-0 ในเกมแรกของกลุ่ม B ศึกยูโร 2024 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยทำไป 3 ประตูตั้งแต่ในครึ่งแรก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของทีมในการลุ้นแชมป์รายการนี้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Football Italia)

อัลบาโร่ โมราต้า เปิดสกอร์ให้สเปนขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 29 จากจังหวะสวยงามของ ฟาเบียน รุยซ์ ก่อนที่รุยซ์จะมายิงประตูที่สองให้ทีมนำห่าง 2-0 เพียงแค่ 3 นาทีถัดมา

(ขอบคุณรูปภาพจาก : beIN SPORTS)

ช่วงท้ายครึ่งแรก ดานี่ การ์บาฆาล ก็มาวอลเลย์ตุงตาข่ายให้สเปนนำ 3-0 จากแอสซิสต์ของ ลามิเน่ ยามัล วัย 16 ปีที่กลายเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยลงเล่นในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Opta Analyst)

โครเอเชียที่หวังจะทำผลงานในยูโรให้ได้ดีเหมือนฟุตบอลโลก ไม่สามารถต้านทานเกมรุกอันชาญฉลาดของสเปนได้เลย แผนการเล่นของโค้ช ซลัตโก ดาลิช ดูจะล้มเหลวตั้งแต่ 30 นาทีแรก

(ขอบคุณรูปภาพจาก : The Independent)

แม้โครเอเชียจะมีโอกาสบ้างในครึ่งหลัง แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสกอร์ได้ รวมถึงจุดโทษในนาทีที่ 80 ที่ บรูโน่ เปตโควิช สังหารไม่เข้า ก่อนจะตามซ้ำเข้าไป แต่ไม่ได้ประตูเพราะมีการล้ำหน้า สเปนจะพบกับอิตาลีในเกมต่อไป ส่วนโครเอเชียจะเจอกับแอลเบเนีย


3. อิตาลี่ 2 – 1 แอลเบเนีย

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Football Highlights)

อิตาลี แชมป์เก่า เปิดหัวศึกยูโร 2024 ด้วยการเอาชนะแอลเบเนีย 2-1 แม้จะเสียประตูที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของทัวร์นาเมนต์ตั้งแต่วินาทีที่ 23 จากการทำประตูของ เนดิม บายรามี่ แต่ก็สามารถพลิกกลับมาเอาชนะได้จากประตูของ อเลสซานโดร บาสโตนี่ และ นิโคโล่ บาเรลล่า

(ขอบคุณรูปภาพจาก : KSAT)

หลังจากเสียประตูไวในช่วงต้นเกม อิตาลีก็ไม่มีทีท่าตื่นตระหนก และมาตีเสมอเป็น 1-1 ได้ในนาทีที่ 11 จากการโหม่งของ บาสโตนี่ หลังจากได้ลูกเตะมุมสั้นที่ ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ เปิดมาให้ที่เสาไกล

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Reuters)

แล้วอีกเพียงแค่ 5 นาทีต่อมา บาเรลล่า ที่หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาเล่นให้ทีมชาติ ก็มายิงประตูที่สองให้อิตาลีพลิกขึ้นนำ 2-1 จากลูกยิงนอกกรอบเขตโทษ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Football Italia)

แม้จะนำอยู่ อิตาลีก็ไม่หยุดเดินหน้าบุกใส่แอลเบเนีย เกือบจะได้ประตูเพิ่มอีกลูกจาก ดาวิเด้ ฟรัตเตซี่ แต่ผู้รักษาประตูแอลเบเนีย โธมัส สตราโคชา ปัดบอลไปโดนเสาอย่างน่าเสียดาย

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Reuters)

ทีมชุดใหม่ของ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ที่เข้ามารับตำแหน่งแทน โรแบร์โต้ มันชินี่ หลังจากพาทีมคว้าแชมป์ยูโร 2020 โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยเกมรุกที่เฉียบคม เร็ว และผ่านบอลกันอย่างสวยงาม

(ขอบคุณรูปภาพจาก : InsideSport)

การทำผลงานในยูโรครั้งนี้สำคัญมากต่อความหวังของอิตาลีที่จะได้กลับไปเล่นในศึกฟุตบอลโลก หลังจากไม่ผ่านคัดเลือกทั้งในปี 2018 และ 2022 โดยบททดสอบครั้งใหญ่จะมาถึงในวันพฤหัสบดีนี้ ที่จะพบกับสเปน ซึ่งเพิ่งถล่มโครเอเชีย 3-0 ไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


4. โคลอมเบีย 3 – 0 โบลิเวีย

 

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Libero)

โคลอมเบีย เปิดบ้านถล่ม โบลิเวีย 3-0 ในเกมอุ่นเครื่องที่สนาม เรนต์ชเลอร์ ฟิลด์ รัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Noticias Caracol)

ฆอน อาเรียส พาโคลอมเบียออกนำตั้งแต่นาทีที่ 5 จากลูกยิงในกรอบเขตโทษ ก่อนที่ ฆอน คอร์โดบา จะมาบวกเพิ่มเป็น 2-0 ในนาทีที่ 25 จากจังหวะจ่ายของ หลุยส์ ดิอาซ

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Noticias Caracol)

ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 41 หลุยส์ ดิอาซ มายิงประตูปิดท้ายให้โคลอมเบียหนีห่างเป็น 3-0 จากแอสซิสต์ของ เดยเวร์ มาชาโด จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Hola News)

ครึ่งหลังทั้งสองทีมเปลี่ยนตัวผู้เล่นพอสมควร โดยมีจังหวะปะทะกันรุนแรงจนผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ทั้ง เซซาร์ เมนาโช่ ของโบลิเวีย และ ดานิเอล มูนอซ ของโคลอมเบียออกจากสนามในนาทีที่ 68

(ขอบคุณรูปภาพจาก : Futbolred)

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม ทำให้จบเกมโคลอมเบียเอาชนะไป 3-0


สรุป ผลบอลเมื่อคืน วันที่ 16 มิถุนายน 2567 ศึกฟุตบอลยูโร 2024 เปิดฉากอย่างร้อนแรง โดยสวิตเซอร์แลนด์เอาชนะฮังการี 3-1, สเปนถล่มโครเอเชีย 3-0, และอิตาลีแชมป์เก่าแม้เสียประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์แต่ก็ยังพลิกชนะแอลเบเนียไปได้ 2-1 ส่วนในเกมอุ่นเครื่อง โคลอมเบียยังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมหลังไล่ถล่มโบลิเวีย 3-0 แม้จะเจอปัญหาใบแดงในครึ่งหลังก็ตาม ถือเป็นบทเริ่มต้นที่น่าติดตามสำหรับศึกลูกหนังช่วงซัมเมอร์นี้